พฤหัสบดี ที่ 23 มีนาคม 2549
"วันผ่าตัดแปลงเพศ"... วันแห่งการรอคอยมาถึงแล้ว
ในที่สุด วันนี้ก็มาถึง รอมานานแสนนาน และแล้วก็ถึงวันที่รอคอยยยย...
ช่วงคืนวันที่ 22 ก่อนที่จะก้าวข้ามไปถึงวันที่ 23 นี้ เพื่อนๆดิชั้นมาให้กำลังใจ และรอส่งอย่างล้นหลาม
เพื่อนๆ มาหาที่ห้องค่ะ มานั่งคุย ช่วยเก็บสัมภาระใส่กระเป๋า เพื่อที่จะได้นำไปใช้ตอนว่างๆอยู่ที่โรงพยาบาล
ของที่ดิชั้นจะต้องนำไปที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ โน๊ตบุ๊คค่ะ เพื่อที่จะได้เล่นเน็ตเวลาว่าง จะได้ไม่เบื่อ
โดยเล่นเน็ตผ่าน Air Card ... เสื้อผ้าไม่ต้องเอาไปเยอะค่ะ เสื้อผ้าใส่วันไป และเสื้อผ้าใส่วันกลับก็พอ
ของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย หากใครมีหนังสือหนังหา วีซีดี หนัง ฯลฯ เอาไปได้ก็เอาไปเลยค่ะ
แบบว่าเวลาตอนคุณนอนอยู่ใน รพ.เนี่ย จะได้ไม่เบื่อ จะได้มีอะไรทำ...
วันนี้ดิชั้นนำเพื่อนไป 1 คนค่ะ ชื่อ เล็ก(ดำ) อิอิ... หลังจากสอบถามเพื่อนหลายๆคน ว่ามีใครว่างบ้าง
ใครพอจะว่างหยุด 5 วัน เพื่อไปอยู่เฝ้าเป็นเพื่อนเราบ้าง ก็มีอิเพื่อนคนนี้คนเดียวนี่แหละค่ะที่ว่าง
คนอื่นๆมันก็ติดเรียนบ้าง ติดธุระบ้าง ก็เลยไปไม่ได้ พอดีเล็กมันว่าง ก็เลยมีคนเฝ้าเราแล้ววว...
วันนี้เราจะเดินทางออกจาก กทม. เวลาโดยประมาณเที่ยงคืนค่ะ เพื่อให้ไปถึงโรงพยาบาลประมาณตี 1
การเดินทางของเราวันนี้เราใช้บริการรถแทกซี่ค่ะ เหมาจาก กทม.ไป ราคา 1,200 บาท
... ราคารถแทกซี่แต่ละคันไม่เท่ากันนะคะ อยู่ที่การต่อรองค่ะ เหมาไปเท่าไหร่ก็คุยกันได้เลย
ขอแนะนำว่าให้เช็คราคาและติดต่อกับแทกซี่ก่อนจะไปค่ะ อย่างเช่นเวลาไปไหนมาไหน ก็ลองถามๆดู
ว่าหากไปชลบุรีคิดราคาเท่าไหร่ ต้องบอกว่า อ.เมือง จ.ชลบุรี นะคะ หากเค้าคิดราคาประมาณ 900-1,000 บาท
ก็ให้รีบขอเบอร์ไว้ด่วนเลยค่ะ แล้วบอกเค้าว่า วันไหนจะไปจะโทรบอก หรือบอกวันคร่าวๆให้เค้ารู้ไว้ก่อนก็ได้
พอถึงเวลาไปจริงๆ เราจะได้ไม่ต้องไปโบกรถตรงเอาเวลาจะไป... แต่ขอบอกเลยค่ะว่า แทกซี่เค้าอยากไปอยู่แล้ว เพราะว่าเค้าขับไปส่งเราเนี่ย 1-2 ชม.เอง แต่ได้เงินไปแล้วประมาณ 1,000 บาท ซึ่งบางทีเค้าวิ่งมาทั้งวัน เค้ายังได้ไม่ถึง 1,000 เลย หากเราเหมาไปแบบนี้ รับรองเค้าสนใจอยู่แล้วค่ะ แต่ก็เลือกดีๆ นะคะ และเดินทางเวลากลางคืนด้วย ขอให้ดูแทกซี่ดีๆ ไว้ใจได้ ทางที่ดีควรหาแบบที่เราติดต่อมาไว้ก่อน หรือคนอื่นแนะนำ และเวลานั่งไปควรมีเพื่อนนั่งไปด้วย จะดีที่สุดค่ะ....
แนะนำเรื่องรถที่จะไปแล้ว ต่อไปก็เดินทางกันเลยค่ะ...
นัดคุณลุงแทกซี่มารอที่หน้าอพาร์ทเม้นเวลาเที่ยงคืนค่ะ.........
พอถึงเวลาเที่ยงคืนมาปุ๊บ... คุณลุงขับแทกซี่โทรมาบอกว่าถึงแล้ว คราวนี้ก็ร่ำลาเพื่อนๆ มีเพื่อนไปส่งขึ้นรถด้วย
เราแบบใจนี่ตื่นเต้น สยิว เสียว เอ้ย!... ไม่ใช่ละ อิอิ แต่ก็ตื่นเต้นนะคะ บอกไม่ถูกเลยทีเดียว
ขึ้นรถออกไปได้สักพัก ก็คุยกับเพื่อนบ้าง คุยกับคุณลุงบ้าง... ขึ้นทางด่วนโทลเวย์ค่ะ ไปกี่ครั้งก็ขึ้นโทลเวย์
เพราะไม่ถึงชั่วโมง มันก็ถึงชลบุรีแล้วค่ะ แนะนำเลยนะคะ ถ้าไปก็ขึ้นโทลเวย์เลยดีกว่า เร็วดี
... พอถึง จ.ชลบุรี (เวลาโดยประมาณก็ 1.00 น. ของวันที่ 23 มีนาคม 2549)
เราก็ตรงดิ่งไปที่โรงพยาบาลเอกชล กันเลยค่ะ ถึงปุ๊บก็ไปเค้าท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของ รพ.ก่อนเลย
เราก็เลยยื่นซองที่ทางคลินิกให้เราไปยื่นกับ รพ. พยาบาลเปิดซองดู และถามอะไรนิดหน่อย เราก็บอกว่า...
"มาแปลงเพศค่ะ เป็นคนไข้ของคุณหมอสุพร"... แล้วพยาบาลก็จะให้เราทำประวัติอะไรนิดหน่อย เขียนประวัติส่วนตัว
เขียนเสร็จก็ให้นั่งรอแป๊บบบ.. แล้วสักพักก็เรียกเข้าห้องตรวจแถวนั้นค่ะ เค้าก็จะให้เราเอกซ์เรย์ค่ะ
ก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดเขียว แล้วก็ไปเอกซ์เรย์ร่างกาย เอกซ์เรย์ปอด อะไรนิดหน่อย ละก็เสร็จ...
เปลี่ยนเสื้อผ้าตามเดิม ละก็มานั่งรอข้างนอกต่อ...
...สักพักมีบุรุษพยาบาลเข้ามา และก็ให้สายข้อมือของโรงพยาบาลค่ะ เค้าเรียกกันว่าอะไรก็ไม่ทราบนะคะ
แต่ว่ามีชื่อดิชั้น เหมือนให้รู้ว่าคนนี้เป็นผู้ป่วยในนะ ประมาณนี้แหละ แล้วสักพักบุรุษพยาบาลก็เอารถเข็นมารับค้า
โอ้ววววว... ดิชั้นเดินได้ค่ะ แต่ยังไงก็ต้องนั่งค่ะ เหมือนเป็นธรรมเนียมมั้ง เค้าจะเข็นเราไปส่งที่ห้องพักค่ะ
ก็เลยต้องนั่ง ก็เข็นๆไป ขึ้นลิฟท์ไปชั้นไหนจำไม่ได้ละ เปิดประตูห้องเข้าไปแค่นั้นแหละ ห้องสวยดี
กว้างขวาง สะอาดสะอ้าน น่าอยู่ แอร์เย็นเจี๊ยบบบ มีทีวี ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ ดูๆแล้วห้อง VIP เลยล่ะค่ะ
มองตรงไปตรงระเบียงจะมีผ้าม่านผืนใหญ่กันอยู่ค่ะ ปิดบังตรงระเบียงทั้งหมดเลยค่ะ ก็เลยไปแง้มๆผ้าม่านดู
ก็เป็นกระจกบานใหญ่มองออกไปข้างนอกได้ค่ะ เตียงอยู่ติดตรงระเบียงพอดี มองออกไปข้างนอกก็ไม่เห็นอะไร
เพราะมันมืดค่ะ ก็เลยปิดตามเดิม... สักพักพยาบาลก็เอาชุดผู้ป่วยในมาให้เราเปลี่ยนค่ะ เป็นสีชมพูสดใส แหะๆ
เราก็เปลี่ยนตามนั้น และขึ้นนอนบนเตียง (พยาบาลสั่งให้ขึ้นไปนอน ) และก็บอกรายละเอียดต่างๆให้ทราบ
เรียกด่วน กดปุ่มนี้ มีอะไรก็เรียกได้ ใช้บริการอันนี้ได้ อันนี้ไม่ได้ ก็บอกไป บลา บลา บลา.....
แล้วพยาบาลบอกว่า เดี๋ยวตอนตี 5 จะมีพยาบาลมาสวนทวารและโกนขนให้นะคะ
ว้ายยย... ทำไรไม่ได้ ก็เลยรับปากไป ค่ะๆ แหะๆ
พอคุณพี่พยาบาลสาวออกไป ก็เดินสำรวจห้องอีกนิดหน่อยค่ะ ตื่นเต้นยังไงก็ไม่รู้ เวลา ณ ขณะนั้นก็ประมาณ ตี 2 เห็นจะได้
ก็คุยกับเพื่อนนิดหน่อยค่ะ มันดึกมากแล้ว ก็เลยปิดไฟนอนกัน อ้อ! ในห้องนั้นมันไม่มีเตียงสำหรับคนมาเฝ้านะคะ
แต่ว่ามีโซฟานอนได้ค่ะ คนมาเฝ้าสามารถนอนได้เลย สบายค่ะ ขอผ้าห่ม หมอน ฯลฯ ก็ได้เลยค่ะ
พอได้เวลาก็นอนหลับปุ๋ยยยยไปเลย...
Mariah Carey - Bye Bye
lay on my high-heels
งานบายเนียรปี2008 ค่ะ
RKA chating
วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2550
เล่าบรรยากาศการแปลงเพศ2
วันพฤหสบดีที่ 9 มีนาคม 2549 , ก่อนวันผ่าตัดแปลงเพศ 2 อาทิตย์
...วันนี้มีนัดตรวจเลือดกับหมอสุพรค่ะ นัดตรวจกันที่คลินิกเลย ช่วงเวลาที่นัดคือช่วงบ่ายค่ะ
วันนี้รีบเร่งอย่างมาก เพราะช่วงเช้ามีส่งรายงานโปรเจคกับอาจารย์ที่ปรึกษาค่ะ
พอเสร็จจากส่งรายงาน เราก็ทานข้าวกัน
และวันนี้เพื่อนดิชั้นมันก็อาสาที่จะพาไปส่งที่คลินิกหมอสุพร จ.ชลบุรี ค่ะ
คือวันนี้ไปอย่างทุลักทุเล เพราะเนื่องด้วยว่า ไม่ได้เตรียมเงินมา... ก็จะให้เตรียมมาได้ไงล่ะ
ไม่กล้าถือเงินคนเดียวไปทั้งหมดนิ ก็ตั้ง 150,000 ใครจะกล้าพกล่ะ
ไอ่ครั้นจะกด ATM มันก็ได้ไม่ถึงแสนห้า เพราะเกินวงเงินกดต่อวัน (กด ATM ได้ไม่เกิน 100,000 บาท/วัน)
วันนี้ก็เลยต้องรีบไปให้ถึง จ.ชลบุรี ค่ะ ให้ไปถึงก่อนที่คลินิกเค้าจะปิด พอดีนัดกันไว้ช่วงบ่ายค่ะ
ส่วนเรื่องเงินก็ตัดสินใจได้ว่า จะไปถอนเงินจากธนาคารโดยตรงเลย จะได้เงินมาก้อนเดียวทั้งหมด
ไปถึงชลบุรีก็บึ่งไปธนาคารก่อนเลยค่ะ เข้าไปถอนโดยตรงกับเคาท์เตอร์ธนาคาร
ได้เงินมาปุ๊บก็เหลียวซ้ายและขวา มีบอร์ดดี้การ์ดประกบ 2 ข้าง อิอิ
ได้เงินมาก็รีบไปคลินิกอย่างเร่งด่วนนนนนนนน.......
เข้าไปถึงคลินิกปุ๊บ ก็นั่งรอค่ะ เพื่อเรียกตัวไปเจาะเลือด
ตอนแรกกลัวมากเลยนะคะ ไม่เคยบริจาคเลือด ไม่เคยเจาะเลือดด้วยเข็มใหญ่ขนาดนี้
แต่ก็คิดซะว่า เอาไงก็เอากันวะ เดินทางมาถึงขนาดนี้แล้ว เรื่องแค่เจาะเลือดมันเล็กน้อยนิดเดียวเอง เพราะยังไงเดี๋ยวผ่าตัด มันต้องเยอะกว่านี้แน่นอน นั่งรอได้สักพัก พยาบาลก็เรียกเข้าห้องค่ะ เข้าไปก็นั่งรอพี่พยาบาลมา เขาถือขวดเล็กๆ มา 1 ขวด กับเข็ม ตอนแรกตกใจค่ะ ถามเค้าว่า โห.. พี่ เอาเลือดเยอะขนาดนี้เลยเหรอ เค้าก็ยิ้มมม และก็ตอบว่า "ค่ะ"
ความจริงก็ไม่เยอะหรอกค่ะ เมื่อเทียบกับการบริจาคเลือด
พอเห็นเข็มนี่กลัวมากๆ เพราะหัวเข็มใหญ่ เจาะทีนึงคงสะดุ้งน่าดู ก็เลยถามพี่พยาบาลไปว่า มันจะเจ็บรึป่าวคะ
พี่เค้าก็บอกว่าไม่เจ็บหรอก นิดเดียว แล้วก็ยื่นข้อพับตรงแขนให้เค้าค่ะ พยาบาลบอกต่ออีกว่า ถ้าเข็มเจาะลงไปแล้ว อย่าสะดุ้งพับแขนเก็บเข้ามานะคะ ไม่งั้นจะเจ็บมากกกก ดิชั้นโอเค และก็พยายามไม่มองเข็มและตอนเจาะเลยค่ะ หันมองทางอื่นเอา เพราะกลัวว่ามันจะเป็นลมเอาได้ 555
ก็หันไปทางอื่น นั่งคิดนู่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย.......... "เรียบร้อยค่ะ" พี่พยาบาลพูด
โอ้ววววววววว มันจะช่างรวดเร็วอะไรเช่นนี้เนี่ยคะ 555
และพี่พยาบาลก็เอาพาสเตอร์มาปิดแขนให้ เป็นอันว่า วันนี้เสร็จแค่นี้ค่ะ
มันเป็นอะไรช่างง่ายและรวดเร็วจริงๆ เลยเนี่ย บึ่งรถมาจาก กทม เพื่อมาเจาะเลือด ไม่ถึง 5 นาที 555555+
แต่ก็ยอมค่ะ จะยังไงเราก็ทนได้ ไกลแค่ไหนเราก็ไปได้ เพื่อความเป็นหญิงเต็มตัวของเราค่ะ
เจาะเลือดเสร็จก็ออกมานั่งรอค่ะ สักพักพยาบาลก็เรียกเข้าไปคุยและจ่ายเงินค่าตรวจเลือด
ค่าตรวจเลือด 500 บาทค่ะ และก็ให้จ่ายค่าผ่าตัดอีก 150,000 ค่ะ พร้อมกันทีเดียวเลย
คิดดูสิคิ เงินแสนห้า หลุดลอยออกไปจากมือเรา เก็บมานานหลายปี คิดถึงตอนที่ต้องเสียเงินไปสิคะ
โอ้ววว มันน่าเสียดายเน๊อะ แต่ก็เอาไงเอากัน เดินทางมาขนาดนี้แล้ว ก็เลยจ่ายไปทั้งหมดเลยค่ะ แสนห้า
จ่ายเงินกันเสร็จ พยาบาลก็เขียนกระดาษอะไรสักอย่าง แล้วก็นำใส่ซองให้เรา และอธิบายให้เราฟังว่า
ผลตรวจเลือดเดี๋ยวจะโทรไปแจ้งนะคะ ส่วนกระดาษในซองนี้ ให้นำไปยื่นให้กับทางโรงพยาบาลในวันที่ 23 มี.ค.49
เพื่อ admit เข้าโรงพยาบาล ยื่นซองนี้ให้เค้าแล้วเดี๋ยวเค้าก็รู้เรื่องเองค่ะ...
โรงพยาบาลที่หมอสุพรใช้ในการผ่าตัดคือ โรงพยาบาลเอกชล จ.ชลบุรี นะคะ
คลินิกของคุณหมอสุพรกับโรงพยาบาลก็ไม่ไกลกันมากค่ะ โรงพยาบาลเอกชลเลยไปนิดหน่อยเอง
มาถึงตรงนี้ หลายๆ คนจะมีคำถามว่า ทำไมไม่แปลงเพศกับโรงพยาบาลเลยแต่ทีแรก?
หรือไม่ก็จะถามว่า แปลงกับ รพ.ไหน?... การแปลงเพศสมัยนี้ยังไงก็ต้องแปลงเพศในโรงพยาบาลอยู่แล้วล่ะค่ะ
เพียงแต่ว่าเราเลือกหมอผู้ที่จะให้การผ่าตัดเรา ว่าจะเป็นหมอท่านไหนเท่านั้นเอง
ซึ่งหมอเก่งๆ ดังๆ สมัยนี้เค้ามาเปิดคลินิกเป็นของตัวเองกันหมดแล้ว
หากมีคนไข้จะผ่าตัด ก็จะไปเช่าพื้นที่ห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลนั้นๆเอาค่ะ
ซึ่งโรงพยาบาลที่คุณหมอสุพรใช้เป็นประจำคือ โรงพยาบาลเอกชล จ.ชลบุรี ค่ะ
ก็ได้ยินมาเหมือนกันว่า คุณหมอสุพรเป็น ผอ.โรงพยาบาลนี้ด้วย...
พยาบาลอธิบายให้ฟังว่า... วันที่ 23 มี.ค.49 นั้น เราจะได้ผ่าตัดในช่วงเวลา 8 โมง
ขอให้เรานั้นอดอาหารตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 23 ไปเลย ห้ามกินอะไรตั้งแต่ช่วงเวลาเที่ยงคืน แม้แต่น้ำเปล่าก็ห้าม
และให้ admit เข้าโรงพยาบาลในช่วงเวลา เที่ยงคืน - ตี 5 ของวันที่ 23 มี.ค.49 และพยายามอย่าให้มาเกินเวลาตี 5
ไม่ต้องเตรียมชุดอะไรไปมาก แต่ให้เตรียมชุดวันกลับค่ะ ให้เป็นเสื้อสวมใส่ง่าย และเป็นกระโปรงเบาบางๆ ใส่สบาย
จะได้สวมใส่ในวันที่กลับบ้านได้ค่ะ... เป็นอันว่าวันนี้ตรวจเลือดเสร็จเรียบร้อย นัด อธิบายหลายๆอย่างก่อนแปลงเพศ
ก็เสร็จเรื่องของวันนี้ไปหนึ่งวัน... ต่อไปก็รอผลของการตรวจเลือดนี่แหละค่ะ
ช่วงเวลานี้เพื่อนดิชั้นเค้าก็บ่นๆ ค่ะ บอกว่าจ่ายไปแสนห้า แล้วได้แค่กระดาษมา 2-3 แผ่นแค่เนี้ย ใบเสร็จก็ไม่ได้
ไม่กลัวโดนเขาหลอกรึยังไง ดิชั้นบอกตรงๆเลยค่ะว่า เวลานั้นอะไรก็ไม่สนใจแล้วล่ะ เราเชื่อใจหมอ และก็อยากทำเร็วๆ
คิดแค่นี้จริงๆ สมองอันน้อยๆของดิชั้น ไม่ได้คิดเลยว่าจะโดนหลอกอะไรหรือเปล่า
หมอระดับนี้ มีชื่อเสียงระดับนี้ เค้าไม่มาทำให้ชื่อเสียงเค้าเสียหายหรอกค่ะ ลูกค้าก็เยอะ เก่งก็เก่ง
เงินค่าศัลยกรรมเดือนๆนึง หมอท่านได้เยอะกว่าเงินเราขี้ประติ๋วเสียอีก อิอิ
ดิชั้นก็เข้าใจนะคะว่าเพื่อนเป็นห่วง แต่เราคนทำก็ต้องเชื่อใจคุณหมอค่ะ
พอทำธุระเสร็จเรียบร้อย เราก็เดินทางกลับ กทม กันเลยค่ะ...
ความจริงตอนแรกพยาบาลบอกว่า อีก 3 ชม. จะโทรบอกผลเลือดค่ะ แต่รอไปรอมา 3 ชม. ก็ยังไม่เห็นมีโทรเข้ามาเลย
รอแล้วรอเล่า รอ รอ รอ และรอ ก็ยังไม่โทรมา 1 วันก็แล้ว 2 วันก็แล้ว จนวันที่ 3 ตัดสินใจโทรไปถาม
ก็ได้คำตอบมาว่า................ "ผลตรวจเลือดผ่านค่ะ" มันเป็นอะไรที่ยกภูเขาออกจากอกจริงๆ
ถึงแม้เราก็รู้ว่าผลเลือดเรานั้นผ่านแต่ทีแรกอยู่แล้วล่ะ เพราะเราไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงเลย
และก็คิดว่าเพื่อนๆ ทุกคนที่เคยตรวจเลือดและรอผลตรวจเลือด ก็คงเป็นแบบนี้เช่นเดียวกันค่ะ
สรุปเป็นว่า ผลตรวจเลือดเราหายห่วง สบายใจได้ ที่เค้าไม่โทรบอกเนี่ย จงจำขึ้นได้เลยค่ะว่า ผลตรวจเลือดของเราผ่าน
เค้าจึงไม่ได้โทรมาบอก คิดในทางกลับกัน หากผลตรวจเลือดของเราไม่ผ่านเนี่ย เค้าจะรีบโทรมาแจ้งเราซะอีก ถูกไหมคะ
วันนี้ก็ดีใจสุดๆ เลยค่ะ รออีกไม่นานก็จะได้ตายแล้วเกิดใหม่แล้วล่ะ
2 อาทิตย์มันช่างเป็นเวลาที่รอคอยอยากให้มาถึงไวๆ ซะจริงๆ เลย ตื่นเต้น ดีใจ อยากให้วันๆนั้นมาถึงเร็วๆเลยล่ะค่ะ
...วันนี้มีนัดตรวจเลือดกับหมอสุพรค่ะ นัดตรวจกันที่คลินิกเลย ช่วงเวลาที่นัดคือช่วงบ่ายค่ะ
วันนี้รีบเร่งอย่างมาก เพราะช่วงเช้ามีส่งรายงานโปรเจคกับอาจารย์ที่ปรึกษาค่ะ
พอเสร็จจากส่งรายงาน เราก็ทานข้าวกัน
และวันนี้เพื่อนดิชั้นมันก็อาสาที่จะพาไปส่งที่คลินิกหมอสุพร จ.ชลบุรี ค่ะ
คือวันนี้ไปอย่างทุลักทุเล เพราะเนื่องด้วยว่า ไม่ได้เตรียมเงินมา... ก็จะให้เตรียมมาได้ไงล่ะ
ไม่กล้าถือเงินคนเดียวไปทั้งหมดนิ ก็ตั้ง 150,000 ใครจะกล้าพกล่ะ
ไอ่ครั้นจะกด ATM มันก็ได้ไม่ถึงแสนห้า เพราะเกินวงเงินกดต่อวัน (กด ATM ได้ไม่เกิน 100,000 บาท/วัน)
วันนี้ก็เลยต้องรีบไปให้ถึง จ.ชลบุรี ค่ะ ให้ไปถึงก่อนที่คลินิกเค้าจะปิด พอดีนัดกันไว้ช่วงบ่ายค่ะ
ส่วนเรื่องเงินก็ตัดสินใจได้ว่า จะไปถอนเงินจากธนาคารโดยตรงเลย จะได้เงินมาก้อนเดียวทั้งหมด
ไปถึงชลบุรีก็บึ่งไปธนาคารก่อนเลยค่ะ เข้าไปถอนโดยตรงกับเคาท์เตอร์ธนาคาร
ได้เงินมาปุ๊บก็เหลียวซ้ายและขวา มีบอร์ดดี้การ์ดประกบ 2 ข้าง อิอิ
ได้เงินมาก็รีบไปคลินิกอย่างเร่งด่วนนนนนนนน.......
เข้าไปถึงคลินิกปุ๊บ ก็นั่งรอค่ะ เพื่อเรียกตัวไปเจาะเลือด
ตอนแรกกลัวมากเลยนะคะ ไม่เคยบริจาคเลือด ไม่เคยเจาะเลือดด้วยเข็มใหญ่ขนาดนี้
แต่ก็คิดซะว่า เอาไงก็เอากันวะ เดินทางมาถึงขนาดนี้แล้ว เรื่องแค่เจาะเลือดมันเล็กน้อยนิดเดียวเอง เพราะยังไงเดี๋ยวผ่าตัด มันต้องเยอะกว่านี้แน่นอน นั่งรอได้สักพัก พยาบาลก็เรียกเข้าห้องค่ะ เข้าไปก็นั่งรอพี่พยาบาลมา เขาถือขวดเล็กๆ มา 1 ขวด กับเข็ม ตอนแรกตกใจค่ะ ถามเค้าว่า โห.. พี่ เอาเลือดเยอะขนาดนี้เลยเหรอ เค้าก็ยิ้มมม และก็ตอบว่า "ค่ะ"
ความจริงก็ไม่เยอะหรอกค่ะ เมื่อเทียบกับการบริจาคเลือด
พอเห็นเข็มนี่กลัวมากๆ เพราะหัวเข็มใหญ่ เจาะทีนึงคงสะดุ้งน่าดู ก็เลยถามพี่พยาบาลไปว่า มันจะเจ็บรึป่าวคะ
พี่เค้าก็บอกว่าไม่เจ็บหรอก นิดเดียว แล้วก็ยื่นข้อพับตรงแขนให้เค้าค่ะ พยาบาลบอกต่ออีกว่า ถ้าเข็มเจาะลงไปแล้ว อย่าสะดุ้งพับแขนเก็บเข้ามานะคะ ไม่งั้นจะเจ็บมากกกก ดิชั้นโอเค และก็พยายามไม่มองเข็มและตอนเจาะเลยค่ะ หันมองทางอื่นเอา เพราะกลัวว่ามันจะเป็นลมเอาได้ 555
ก็หันไปทางอื่น นั่งคิดนู่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย.......... "เรียบร้อยค่ะ" พี่พยาบาลพูด
โอ้ววววววววว มันจะช่างรวดเร็วอะไรเช่นนี้เนี่ยคะ 555
และพี่พยาบาลก็เอาพาสเตอร์มาปิดแขนให้ เป็นอันว่า วันนี้เสร็จแค่นี้ค่ะ
มันเป็นอะไรช่างง่ายและรวดเร็วจริงๆ เลยเนี่ย บึ่งรถมาจาก กทม เพื่อมาเจาะเลือด ไม่ถึง 5 นาที 555555+
แต่ก็ยอมค่ะ จะยังไงเราก็ทนได้ ไกลแค่ไหนเราก็ไปได้ เพื่อความเป็นหญิงเต็มตัวของเราค่ะ
เจาะเลือดเสร็จก็ออกมานั่งรอค่ะ สักพักพยาบาลก็เรียกเข้าไปคุยและจ่ายเงินค่าตรวจเลือด
ค่าตรวจเลือด 500 บาทค่ะ และก็ให้จ่ายค่าผ่าตัดอีก 150,000 ค่ะ พร้อมกันทีเดียวเลย
คิดดูสิคิ เงินแสนห้า หลุดลอยออกไปจากมือเรา เก็บมานานหลายปี คิดถึงตอนที่ต้องเสียเงินไปสิคะ
โอ้ววว มันน่าเสียดายเน๊อะ แต่ก็เอาไงเอากัน เดินทางมาขนาดนี้แล้ว ก็เลยจ่ายไปทั้งหมดเลยค่ะ แสนห้า
จ่ายเงินกันเสร็จ พยาบาลก็เขียนกระดาษอะไรสักอย่าง แล้วก็นำใส่ซองให้เรา และอธิบายให้เราฟังว่า
ผลตรวจเลือดเดี๋ยวจะโทรไปแจ้งนะคะ ส่วนกระดาษในซองนี้ ให้นำไปยื่นให้กับทางโรงพยาบาลในวันที่ 23 มี.ค.49
เพื่อ admit เข้าโรงพยาบาล ยื่นซองนี้ให้เค้าแล้วเดี๋ยวเค้าก็รู้เรื่องเองค่ะ...
โรงพยาบาลที่หมอสุพรใช้ในการผ่าตัดคือ โรงพยาบาลเอกชล จ.ชลบุรี นะคะ
คลินิกของคุณหมอสุพรกับโรงพยาบาลก็ไม่ไกลกันมากค่ะ โรงพยาบาลเอกชลเลยไปนิดหน่อยเอง
มาถึงตรงนี้ หลายๆ คนจะมีคำถามว่า ทำไมไม่แปลงเพศกับโรงพยาบาลเลยแต่ทีแรก?
หรือไม่ก็จะถามว่า แปลงกับ รพ.ไหน?... การแปลงเพศสมัยนี้ยังไงก็ต้องแปลงเพศในโรงพยาบาลอยู่แล้วล่ะค่ะ
เพียงแต่ว่าเราเลือกหมอผู้ที่จะให้การผ่าตัดเรา ว่าจะเป็นหมอท่านไหนเท่านั้นเอง
ซึ่งหมอเก่งๆ ดังๆ สมัยนี้เค้ามาเปิดคลินิกเป็นของตัวเองกันหมดแล้ว
หากมีคนไข้จะผ่าตัด ก็จะไปเช่าพื้นที่ห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลนั้นๆเอาค่ะ
ซึ่งโรงพยาบาลที่คุณหมอสุพรใช้เป็นประจำคือ โรงพยาบาลเอกชล จ.ชลบุรี ค่ะ
ก็ได้ยินมาเหมือนกันว่า คุณหมอสุพรเป็น ผอ.โรงพยาบาลนี้ด้วย...
พยาบาลอธิบายให้ฟังว่า... วันที่ 23 มี.ค.49 นั้น เราจะได้ผ่าตัดในช่วงเวลา 8 โมง
ขอให้เรานั้นอดอาหารตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 23 ไปเลย ห้ามกินอะไรตั้งแต่ช่วงเวลาเที่ยงคืน แม้แต่น้ำเปล่าก็ห้าม
และให้ admit เข้าโรงพยาบาลในช่วงเวลา เที่ยงคืน - ตี 5 ของวันที่ 23 มี.ค.49 และพยายามอย่าให้มาเกินเวลาตี 5
ไม่ต้องเตรียมชุดอะไรไปมาก แต่ให้เตรียมชุดวันกลับค่ะ ให้เป็นเสื้อสวมใส่ง่าย และเป็นกระโปรงเบาบางๆ ใส่สบาย
จะได้สวมใส่ในวันที่กลับบ้านได้ค่ะ... เป็นอันว่าวันนี้ตรวจเลือดเสร็จเรียบร้อย นัด อธิบายหลายๆอย่างก่อนแปลงเพศ
ก็เสร็จเรื่องของวันนี้ไปหนึ่งวัน... ต่อไปก็รอผลของการตรวจเลือดนี่แหละค่ะ
ช่วงเวลานี้เพื่อนดิชั้นเค้าก็บ่นๆ ค่ะ บอกว่าจ่ายไปแสนห้า แล้วได้แค่กระดาษมา 2-3 แผ่นแค่เนี้ย ใบเสร็จก็ไม่ได้
ไม่กลัวโดนเขาหลอกรึยังไง ดิชั้นบอกตรงๆเลยค่ะว่า เวลานั้นอะไรก็ไม่สนใจแล้วล่ะ เราเชื่อใจหมอ และก็อยากทำเร็วๆ
คิดแค่นี้จริงๆ สมองอันน้อยๆของดิชั้น ไม่ได้คิดเลยว่าจะโดนหลอกอะไรหรือเปล่า
หมอระดับนี้ มีชื่อเสียงระดับนี้ เค้าไม่มาทำให้ชื่อเสียงเค้าเสียหายหรอกค่ะ ลูกค้าก็เยอะ เก่งก็เก่ง
เงินค่าศัลยกรรมเดือนๆนึง หมอท่านได้เยอะกว่าเงินเราขี้ประติ๋วเสียอีก อิอิ
ดิชั้นก็เข้าใจนะคะว่าเพื่อนเป็นห่วง แต่เราคนทำก็ต้องเชื่อใจคุณหมอค่ะ
พอทำธุระเสร็จเรียบร้อย เราก็เดินทางกลับ กทม กันเลยค่ะ...
ความจริงตอนแรกพยาบาลบอกว่า อีก 3 ชม. จะโทรบอกผลเลือดค่ะ แต่รอไปรอมา 3 ชม. ก็ยังไม่เห็นมีโทรเข้ามาเลย
รอแล้วรอเล่า รอ รอ รอ และรอ ก็ยังไม่โทรมา 1 วันก็แล้ว 2 วันก็แล้ว จนวันที่ 3 ตัดสินใจโทรไปถาม
ก็ได้คำตอบมาว่า................ "ผลตรวจเลือดผ่านค่ะ" มันเป็นอะไรที่ยกภูเขาออกจากอกจริงๆ
ถึงแม้เราก็รู้ว่าผลเลือดเรานั้นผ่านแต่ทีแรกอยู่แล้วล่ะ เพราะเราไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงเลย
และก็คิดว่าเพื่อนๆ ทุกคนที่เคยตรวจเลือดและรอผลตรวจเลือด ก็คงเป็นแบบนี้เช่นเดียวกันค่ะ
สรุปเป็นว่า ผลตรวจเลือดเราหายห่วง สบายใจได้ ที่เค้าไม่โทรบอกเนี่ย จงจำขึ้นได้เลยค่ะว่า ผลตรวจเลือดของเราผ่าน
เค้าจึงไม่ได้โทรมาบอก คิดในทางกลับกัน หากผลตรวจเลือดของเราไม่ผ่านเนี่ย เค้าจะรีบโทรมาแจ้งเราซะอีก ถูกไหมคะ
วันนี้ก็ดีใจสุดๆ เลยค่ะ รออีกไม่นานก็จะได้ตายแล้วเกิดใหม่แล้วล่ะ
2 อาทิตย์มันช่างเป็นเวลาที่รอคอยอยากให้มาถึงไวๆ ซะจริงๆ เลย ตื่นเต้น ดีใจ อยากให้วันๆนั้นมาถึงเร็วๆเลยล่ะค่ะ
เล่าบรรยากาศการแปลงเพศ1
ขออนุญาติพี่ส้มนำมาลงนะคะ
วันนั้น (เสาร์ ที่ 11 ก.พ. 2549) ก็นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงค่ะ ดิ้นไปดิ้นมาว่าจะเอายังไงดี รู้สึกไม่ดีเวลามองเห็นจูดี้ตัวเอง ก็เลยคิดว่าเราเข้าไปคุยกับหมอก่อนก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เข้าไปคุยจะได้รู้ข้อมูลมากยิ่งขึ้น เหมือนเป็นการศึกษาข้อมูลไปด้วยเรื่อยๆ พอดีมีเบอร์คลินิกหมอสุพรอยู่แล้วค่ะ แต่ไม่เคยคิดจะโทรไป (เป็นคนไม่ค่อยกล้าโทรไปหาใครก่อน) แต่ก็ยังกดโทรศัพท์ไปที่คลินิกค่ะ กะว่าจะโทรถามราคาก่อน กะยังไม่ถามข้อมูลเชิงลึก คุยไปคุยมา ไม่รู้อีท่าไหน ไปนัดคิวเค้าเพื่อเข้าไปคุยกับคุณหมอเลยค่ะ ก็เลยนัดไปอีก 1 อาทิตย์ค่ะ นัดคุยวันที่ (เสาร 18 ก.พ. 49) ต้องก่อนเที่ยงค่ะ! ไม่งั้นคุณหมอไม่อยู่
เวลาผ่านไป 1 อาทิตย์พอดี ไวเหมือนโกหก... ถึงเสาร์ที่ 18 ก.พ.49 แล้ว พอดีว่าก่อนวันเสาร์ที่จะนัดเป็นวันงานบายเนียร์ของคณะค่ะ งานเลิกดึก แถมน้องรหัสมานอนด้วยที่ห้องอีก พอเช้ามาก็ 8 โมงแล้วค่ะ ก็เลยชวนน้องรหัสไปด้วยกันเลยกับเพื่อนสาวดิชั้นอีกคน แล้วไหนจะอาบน้ำแต่งตัวอีกกว่าจะได้ออกห้องก็เกือบ 10 โมงแล้วค่ะ วันนั้นไปกัน 3 คนค่ะ มีดิชั้น เพื่อนดิชั้น และน้องรหัส พอเราพร้อมก็รีบวิ่งออกไปโบกแทกซี่ ถามราคาว่า ไปชลบุรีคิดราคาเท่าไหร่และให้รอรับกลับด้วยนะ รอไม่นาน 1-2 ชม. แทกซี่เค้าบอก 1,000 บาท โอเค ตกลง ไปโลดดด
รีบมากค่ะ เพราะว่าเราสายกันแล้ว พอไปถึงชลบุรีก็งงๆกับถนนหนทางนิดหน่อย แต่ก็ได้โทรคุยกับพยาบาลของคลินิกเป็นระยะๆ ค่ะ ก็บอกทางเรื่อยๆ ดีที่ว่าทางไม่ซับซ้อนมาก และอยู่ติดถนนใหญ่ ก็เลยทำให้ไม่ลำบากมากมาย จนไปถึงที่คลินิกเวลา 11.30 น. ค่ะ สุดยอดดดดดดดไปเลยค่ะ กลัวว่าจะมาสายมากๆ เพราะถ้าไปถึงเที่ยงปุ๊บ คุณหมอจะไม่อยู่แล้ว ดีนะที่เราไปทัน พอเข้าไปถึงในคลินิกปุ๊บ ต่างชาติเยอะมากค่ะ ส่วนใหญ่ก็คนไข้ของหมอสุพรทั้งนั้น
เข้าไปปุ๊บก็กราบสวัสดีคุณหมองามๆ 1 ครั้ง กลัวว่ากราบไม่งามเดี๋ยวคุณหมอจะทำจิ๊หนูให้ไม่งามไปด้วย อิอิ เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวไม่ทราบค่ะ แต่ก็เอาไว้ก่อน จิ๊จะได้สวยๆ นั่งคุยปุ๊บคุณหมอก็อธิบายต่างๆ นาๆ เปิดภาพประกอบให้ดูด้วยว่า เทคนิคที่คุณหมอทำเป็นอย่างไร ทำคลิสตอริสอย่างไร ช่องคลอดทำอย่างไร เอาส่วนไหนมาทำ อธิบายทุกอย่างค่ะ มีอะไรถามได้เลย อยากรู้ สงสัยอะไร ถามคุณหมอตอนนี้ได้เลยค่ะ แล้วคุณหมอก็จะมีถามนิดหน่อยค่ะว่า... ระหว่างความเหมือน กับความรู้สึก ต้องการอะไรมาอันดับแรก (ความจริงอยากเลือกทั้งสองเลยนะคะ ยังไงก็ต้องเลือกอันไหนมาก่อนค่ะ) ดิชั้นคิดว่าฝีมือของคุณหมอระดับนี้แล้ว ความเหมือนคุณหมอคงเก่งอยู่แล้ว ก็เลยขอเลือกความรู้สึกมาอันดับ 1 และความเหมือนมาอันดับ 2 ค่ะ
และสักพักคุณหมอก็จะถามพวกคำถามจิตวิทยาค่ะ ใช้ชีวิตแบบผู้หญิงมานานเกิน 1 ปีรึยัง?.. 4 ปีแล้วค่ะ , เริ่มอยากเป็นผู้หญิงมาตั้งแต่เมื่อไหร่?... ตั้งแต่จำความได้ค่ะ , มีแฟนไหม?... เคยมีค่ะ , ทานฮอร์โมนเพศมานานรึยัง?... นาน 3-4 ปีแล้วค่ะ ถามอะไรอีกรึป่าวไม่แน่ใจ จำไม่ค่อยได้แล้วค่ะ แต่ที่ถามๆ ก็น่าจะมีแค่นี้แหละ...
อ้อ.. เพิ่มเติมหน่อย แล้วคุณหมอก็ถามเพิ่มว่า ต้องการความลึกเท่าไหร่ค่ะ ดิชั้นก็ตอบไปแบบสมน้ำสมเนื้อ
ซัก 6 นิ้วก็กำลังดีค่ะ... หมอก็บอกว่า โอเคดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป...
ความจริงเรื่องความลึกเนี่ย ของหมอสุพรท่านจะทำขั้นต่ำให้ได้ 6 นิ้วอยู่แล้วค่ะ ไม่ว่าขอบคุณจะเล็กแค่ไหน
ก็ทำขั้นต่ำให้ลึกได้ 6 นิ้ว เรื่องความลึกเนี่ยไม่ต้องห่วงนะคะ คุณหมอทำให้ได้อยู่แล้วค่ะ
ดิชั้นถามคุณหมอแล้วนะคะว่า ต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อทำแบบทดสอบอะไรรึป่าว แต่คุณหมอบอกไม่ต้องค่ะ หมอบอกว่าหมอถามแค่นี้ก็โอเคแล้ว และคงบวกกับที่ดูสภาพร่างกายเรา ดูกริยามารยาท พูดจา และบรรลุนิติภาวะแล้ว คุณหมอจึงสอบถามเองเลยค่ะ ตรงนี้ก็ไม่มีอะไรมาก ทีแรกนึกว่าจะต้องไปทำแบบทดสอบกับจิตแพทย์เสียอีก แล้วสักพักคุณหมอก็บอกว่า เดี๋ยวหมอขอตรวจหน่อยนะ แป๊บเดียว...
จากนั้น พยาบาลก็เดินเข้ามาแล้วบอกว่า "น้อง!คะ ถอดออก!!!" อิอิ ล้อเล่นๆ
พยาบาลบอกให้ถอดกระโปรงออกค่ะ ดิชั้นก็อายสิคะ พยาบาลคงเห็นว่าดิชั้นเคอะเขินก็เลยบอกว่า
"งั้นเดี๋ยวพี่เอาผ้าบังให้นะคะ พี่ไม่มองค่ะ น้องถอดแล้วก็ขึ้นไปนอนบนเตียงนะคะ"
ในที่สุดก็รวบความความกล้า ถอดกระโปรงออก แล้วก็โก่งตูดไปนอนบนเตียง เอ้ย! นอนหงายค่ะ
พยาบาลก็ค่อยๆ เอาผ้าคลุมมาปิดที่เราแก้ออกค่ะ แต่ชีก็ไม่ดูนะคะ โล่งไปหน่อย เพราะดิชั้นอายยยย
แล้วสักพักคุณหมอก็เดินมา เปิดผ้าออกดู แล้วก็ปิดผ้า แค่เนี่ย!!! ดูแป๊บเดียวจริงๆ
หนูก็นึกว่าคุณหมอจะดูนานกว่านี้นะเนี่ย 555... หมอดูเสร็จก็ปิดผ้า ดิชั้นก็ลงเตียงใส่กระโปรงตามเดิม
แล้วก็กลับมานั่งคุยกับคุณหมออีกนิดหน่อย
หมอก็บอกว่าดีนะหัวยังไม่เปิด (ว๊ายยยยยยยยยยยยย! อายจัง )
เพราะจะเอาบริเวณส่วนหัวนั้นมาทำเป็นคลิสตอริส หากยังไม่ได้ทำไรกะมันมาก่อน ก็จะดีมาก
และคุณหมอก็บอกหากจะแปลงเพศ ก็ให้หยุดยาฮอร์โมนก่อนแปลงเพศ 1-2 เดือน
(พอดียังไม่ได้นัด ต้องไปคุยคิว นัดคิวกับพยาบาลอีกทีค่ะ) ส่วนใครทานอะไรก็บอกหมอตอนนี้ได้เลยค่ะ
เสร็จปุ๊บ ก็ออกไปข้างนอก ไปคุยเรื่องนัดคิววันแปลงเพศกับพยาบาลอีกทีค่ะ
คือตอนแรกกะมาคุยปรึกษาหมออย่างเดียว คงยังไม่นัดทำค่ะ แต่ไปๆมาๆ ไหงกลายนัดวันทำไปแล้วเนี่ย 555
ตัดสินใจเร็วมาก เพื่อนดิชั้นยังงงค่ะว่า นัดทำแล้วเหรอ...
พยาบาลก็บอกคิวว่าได้ประมาณเดือน เม.ย.-พ.ค. นะคะ ดิชั้นเกรงว่ามันจะนานไป (แต่ความจริงก็ไม่นานแล้วนะคะ)
เพราะปกติคิวหมอสุพรจะนานกว่านี้ บางคนรอตั้ง 6-7 เดือนเลยค่ะ
ดิชั้นก็เลยถามพยาบาลว่า มีคิวไวกว่านี้ไหม พอดีจบปุ๊บก็อยากจะทำเลยค่ะ
เค้าก็ดูๆ คิวให้ แล้วก็บอกว่า เดือนหน้าพอได้ค่ะ วันที่ 27 มีนา'49 ดิชั้นก็ถามว่า เร็วสุดแล้วเหรอคะ มีไวกว่านี้ไหม
พยาบาลก็บอกว่า มีอีกวันก็ 23 มีนา'49 แค่นี้จริงๆ แล้วค่ะ... ดิชั้นก็ตกลงปลงใจโอเคโป๊ะเช๊ะวันนี้เลย
ก็นับจากวันที่ไปตรวจก็อีก 1 เดือนเองค่ะ ถือว่าเร็วมากค่ะสำหรับคิวของคุณหมอสุพร
เพราะปกติมันน่าจะต้องนานกว่านี้ ก็ดีใจค่ะที่ได้ทำเลย...
แล้วสักพักพยาบาลก็บอกนัดวันมาตรวจเลือดค่ะ ก่อนแปลงเพศอีก 2 อาทิตย์
และให้จ่ายมัดจำวันนี้ก่อนเลย โอ้แม่เจ้า!... หนูไม่ได้เตรียมมา
และมันก็กี่หมื่นจำไม่ได้แล้ว ถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณ 30,000-50,000 บาท นี่แหละค่ะ
ก็เพราะพอดีว่าดิชั้นเพิ่งไปตัดสินใจที่คลินิกวันนั้นว่าจะผ่าตัด ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะนัดวันทำเลย
ก็เลยไม่ได้พกเงินเตรียมไปสักบาท ก็เลยคุยกับพยาบาลสาวของเค้าว่า เดี๋ยววันตรวจเลือดมาจ่ายได้ไหมคะ
พยาบาลตอบว่า "ได้ค่ะ ถ้ามาจ่ายวันตรวจเลือด ก็ต้องจ่ายทั้งหมด 150,000 บาทเลยนะคะ"
อึ้งคิดไปสักพัก... ก็ตกลง เพราะอย่างไรก็ต้องจ่ายค่าแปลงเพศก่อนวันผ่าตัดอยู่แล้ว
ไหนเค้าจะไปจองห้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลอีก ค่าห้องพักเราอีก
ดังนั้นอีกสองอาทิตย์ ถ้าจ่ายค่าแปลงเพศทั้งหมดก็โอเคแล้วล่ะ...
และวันนี้ก็ถือว่าเสร็จสิ้นพิธีการพบหมอและตรวจร่างกายค่ะ ยังไงก็ต้องจ่ายค่าทำก่อนวันแปลงเพศค่ะ
เพราะหมอจะได้ไปจองคิวห้องผ่าตัดและห้องพักรอไว้ให้เราค่ะ ยังไงก็ต้องจ่ายเงินทั้งหมดก่อนวันแปลงอยู่ดี
หากใครนัดคิวก็ต้องมีเงินจ่ายค่ามัดจำไว้นะคะ ไม่งั้นคิวของคุณอาจจะหลุดลอยไปหาคนอื่นที่จ่ายเงินมัดจำก่อนก็เป็นได้
สรุปวันนี้ที่ไปคุย ถือว่าเป็นอะไรที่รวดเร็วมาก เพราะจากที่ยังไม่คิดจะนัดทำ ก็ได้นัดวันทำเลย
ก็พอดีว่าช่วงเดือนกุมภาพันธ์นั้นกำลังอยู่ในช่วงทำโปรเจคจบ และก็คาดเอาไปเองว่า
กลางๆเดือนมีนาคม ดิชั้นคงทำโปรเจคผ่านและจบแล้ว ก็เลยนัดทำไปก่อนเลย...
ช่วงเวลานี้ก็ทำโปรเจคให้ผ่านก่อน และรออีก 2 อาทิตย์มาตรวจเลือดและจ่ายเงินทั้งหมดค่ะ...
ยังไงเดี๋ยวจะมาเล่าต่อนะคะ วันนี้การคุยวันแรกและตรวจวันแรกได้ผ่านพ้นไป
ตอนแรกก็กลัวนะคะ คิดหนักเหมือนกันที่จะต้องมาเปิดให้หมอดู คิดหนักตั้งแต่ก่อนมาแล้วค่ะ
แต่พอผ่านไป มันไวมากๆจริงๆ ไม่มีอะไรให้คิดมาก แค่หมอเปิดดู แป๊บเดียวจริงๆค่ะ 3 วินาที แล้วก็ปิดผ้า
ไม่ได้นานอย่างที่คิด...
วันนั้น (เสาร์ ที่ 11 ก.พ. 2549) ก็นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงค่ะ ดิ้นไปดิ้นมาว่าจะเอายังไงดี รู้สึกไม่ดีเวลามองเห็นจูดี้ตัวเอง ก็เลยคิดว่าเราเข้าไปคุยกับหมอก่อนก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เข้าไปคุยจะได้รู้ข้อมูลมากยิ่งขึ้น เหมือนเป็นการศึกษาข้อมูลไปด้วยเรื่อยๆ พอดีมีเบอร์คลินิกหมอสุพรอยู่แล้วค่ะ แต่ไม่เคยคิดจะโทรไป (เป็นคนไม่ค่อยกล้าโทรไปหาใครก่อน) แต่ก็ยังกดโทรศัพท์ไปที่คลินิกค่ะ กะว่าจะโทรถามราคาก่อน กะยังไม่ถามข้อมูลเชิงลึก คุยไปคุยมา ไม่รู้อีท่าไหน ไปนัดคิวเค้าเพื่อเข้าไปคุยกับคุณหมอเลยค่ะ ก็เลยนัดไปอีก 1 อาทิตย์ค่ะ นัดคุยวันที่ (เสาร 18 ก.พ. 49) ต้องก่อนเที่ยงค่ะ! ไม่งั้นคุณหมอไม่อยู่
เวลาผ่านไป 1 อาทิตย์พอดี ไวเหมือนโกหก... ถึงเสาร์ที่ 18 ก.พ.49 แล้ว พอดีว่าก่อนวันเสาร์ที่จะนัดเป็นวันงานบายเนียร์ของคณะค่ะ งานเลิกดึก แถมน้องรหัสมานอนด้วยที่ห้องอีก พอเช้ามาก็ 8 โมงแล้วค่ะ ก็เลยชวนน้องรหัสไปด้วยกันเลยกับเพื่อนสาวดิชั้นอีกคน แล้วไหนจะอาบน้ำแต่งตัวอีกกว่าจะได้ออกห้องก็เกือบ 10 โมงแล้วค่ะ วันนั้นไปกัน 3 คนค่ะ มีดิชั้น เพื่อนดิชั้น และน้องรหัส พอเราพร้อมก็รีบวิ่งออกไปโบกแทกซี่ ถามราคาว่า ไปชลบุรีคิดราคาเท่าไหร่และให้รอรับกลับด้วยนะ รอไม่นาน 1-2 ชม. แทกซี่เค้าบอก 1,000 บาท โอเค ตกลง ไปโลดดด
รีบมากค่ะ เพราะว่าเราสายกันแล้ว พอไปถึงชลบุรีก็งงๆกับถนนหนทางนิดหน่อย แต่ก็ได้โทรคุยกับพยาบาลของคลินิกเป็นระยะๆ ค่ะ ก็บอกทางเรื่อยๆ ดีที่ว่าทางไม่ซับซ้อนมาก และอยู่ติดถนนใหญ่ ก็เลยทำให้ไม่ลำบากมากมาย จนไปถึงที่คลินิกเวลา 11.30 น. ค่ะ สุดยอดดดดดดดไปเลยค่ะ กลัวว่าจะมาสายมากๆ เพราะถ้าไปถึงเที่ยงปุ๊บ คุณหมอจะไม่อยู่แล้ว ดีนะที่เราไปทัน พอเข้าไปถึงในคลินิกปุ๊บ ต่างชาติเยอะมากค่ะ ส่วนใหญ่ก็คนไข้ของหมอสุพรทั้งนั้น
เข้าไปปุ๊บก็กราบสวัสดีคุณหมองามๆ 1 ครั้ง กลัวว่ากราบไม่งามเดี๋ยวคุณหมอจะทำจิ๊หนูให้ไม่งามไปด้วย อิอิ เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวไม่ทราบค่ะ แต่ก็เอาไว้ก่อน จิ๊จะได้สวยๆ นั่งคุยปุ๊บคุณหมอก็อธิบายต่างๆ นาๆ เปิดภาพประกอบให้ดูด้วยว่า เทคนิคที่คุณหมอทำเป็นอย่างไร ทำคลิสตอริสอย่างไร ช่องคลอดทำอย่างไร เอาส่วนไหนมาทำ อธิบายทุกอย่างค่ะ มีอะไรถามได้เลย อยากรู้ สงสัยอะไร ถามคุณหมอตอนนี้ได้เลยค่ะ แล้วคุณหมอก็จะมีถามนิดหน่อยค่ะว่า... ระหว่างความเหมือน กับความรู้สึก ต้องการอะไรมาอันดับแรก (ความจริงอยากเลือกทั้งสองเลยนะคะ ยังไงก็ต้องเลือกอันไหนมาก่อนค่ะ) ดิชั้นคิดว่าฝีมือของคุณหมอระดับนี้แล้ว ความเหมือนคุณหมอคงเก่งอยู่แล้ว ก็เลยขอเลือกความรู้สึกมาอันดับ 1 และความเหมือนมาอันดับ 2 ค่ะ
และสักพักคุณหมอก็จะถามพวกคำถามจิตวิทยาค่ะ ใช้ชีวิตแบบผู้หญิงมานานเกิน 1 ปีรึยัง?.. 4 ปีแล้วค่ะ , เริ่มอยากเป็นผู้หญิงมาตั้งแต่เมื่อไหร่?... ตั้งแต่จำความได้ค่ะ , มีแฟนไหม?... เคยมีค่ะ , ทานฮอร์โมนเพศมานานรึยัง?... นาน 3-4 ปีแล้วค่ะ ถามอะไรอีกรึป่าวไม่แน่ใจ จำไม่ค่อยได้แล้วค่ะ แต่ที่ถามๆ ก็น่าจะมีแค่นี้แหละ...
อ้อ.. เพิ่มเติมหน่อย แล้วคุณหมอก็ถามเพิ่มว่า ต้องการความลึกเท่าไหร่ค่ะ ดิชั้นก็ตอบไปแบบสมน้ำสมเนื้อ
ซัก 6 นิ้วก็กำลังดีค่ะ... หมอก็บอกว่า โอเคดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป...
ความจริงเรื่องความลึกเนี่ย ของหมอสุพรท่านจะทำขั้นต่ำให้ได้ 6 นิ้วอยู่แล้วค่ะ ไม่ว่าขอบคุณจะเล็กแค่ไหน
ก็ทำขั้นต่ำให้ลึกได้ 6 นิ้ว เรื่องความลึกเนี่ยไม่ต้องห่วงนะคะ คุณหมอทำให้ได้อยู่แล้วค่ะ
ดิชั้นถามคุณหมอแล้วนะคะว่า ต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อทำแบบทดสอบอะไรรึป่าว แต่คุณหมอบอกไม่ต้องค่ะ หมอบอกว่าหมอถามแค่นี้ก็โอเคแล้ว และคงบวกกับที่ดูสภาพร่างกายเรา ดูกริยามารยาท พูดจา และบรรลุนิติภาวะแล้ว คุณหมอจึงสอบถามเองเลยค่ะ ตรงนี้ก็ไม่มีอะไรมาก ทีแรกนึกว่าจะต้องไปทำแบบทดสอบกับจิตแพทย์เสียอีก แล้วสักพักคุณหมอก็บอกว่า เดี๋ยวหมอขอตรวจหน่อยนะ แป๊บเดียว...
จากนั้น พยาบาลก็เดินเข้ามาแล้วบอกว่า "น้อง!คะ ถอดออก!!!" อิอิ ล้อเล่นๆ
พยาบาลบอกให้ถอดกระโปรงออกค่ะ ดิชั้นก็อายสิคะ พยาบาลคงเห็นว่าดิชั้นเคอะเขินก็เลยบอกว่า
"งั้นเดี๋ยวพี่เอาผ้าบังให้นะคะ พี่ไม่มองค่ะ น้องถอดแล้วก็ขึ้นไปนอนบนเตียงนะคะ"
ในที่สุดก็รวบความความกล้า ถอดกระโปรงออก แล้วก็โก่งตูดไปนอนบนเตียง เอ้ย! นอนหงายค่ะ
พยาบาลก็ค่อยๆ เอาผ้าคลุมมาปิดที่เราแก้ออกค่ะ แต่ชีก็ไม่ดูนะคะ โล่งไปหน่อย เพราะดิชั้นอายยยย
แล้วสักพักคุณหมอก็เดินมา เปิดผ้าออกดู แล้วก็ปิดผ้า แค่เนี่ย!!! ดูแป๊บเดียวจริงๆ
หนูก็นึกว่าคุณหมอจะดูนานกว่านี้นะเนี่ย 555... หมอดูเสร็จก็ปิดผ้า ดิชั้นก็ลงเตียงใส่กระโปรงตามเดิม
แล้วก็กลับมานั่งคุยกับคุณหมออีกนิดหน่อย
หมอก็บอกว่าดีนะหัวยังไม่เปิด (ว๊ายยยยยยยยยยยยย! อายจัง )
เพราะจะเอาบริเวณส่วนหัวนั้นมาทำเป็นคลิสตอริส หากยังไม่ได้ทำไรกะมันมาก่อน ก็จะดีมาก
และคุณหมอก็บอกหากจะแปลงเพศ ก็ให้หยุดยาฮอร์โมนก่อนแปลงเพศ 1-2 เดือน
(พอดียังไม่ได้นัด ต้องไปคุยคิว นัดคิวกับพยาบาลอีกทีค่ะ) ส่วนใครทานอะไรก็บอกหมอตอนนี้ได้เลยค่ะ
เสร็จปุ๊บ ก็ออกไปข้างนอก ไปคุยเรื่องนัดคิววันแปลงเพศกับพยาบาลอีกทีค่ะ
คือตอนแรกกะมาคุยปรึกษาหมออย่างเดียว คงยังไม่นัดทำค่ะ แต่ไปๆมาๆ ไหงกลายนัดวันทำไปแล้วเนี่ย 555
ตัดสินใจเร็วมาก เพื่อนดิชั้นยังงงค่ะว่า นัดทำแล้วเหรอ...
พยาบาลก็บอกคิวว่าได้ประมาณเดือน เม.ย.-พ.ค. นะคะ ดิชั้นเกรงว่ามันจะนานไป (แต่ความจริงก็ไม่นานแล้วนะคะ)
เพราะปกติคิวหมอสุพรจะนานกว่านี้ บางคนรอตั้ง 6-7 เดือนเลยค่ะ
ดิชั้นก็เลยถามพยาบาลว่า มีคิวไวกว่านี้ไหม พอดีจบปุ๊บก็อยากจะทำเลยค่ะ
เค้าก็ดูๆ คิวให้ แล้วก็บอกว่า เดือนหน้าพอได้ค่ะ วันที่ 27 มีนา'49 ดิชั้นก็ถามว่า เร็วสุดแล้วเหรอคะ มีไวกว่านี้ไหม
พยาบาลก็บอกว่า มีอีกวันก็ 23 มีนา'49 แค่นี้จริงๆ แล้วค่ะ... ดิชั้นก็ตกลงปลงใจโอเคโป๊ะเช๊ะวันนี้เลย
ก็นับจากวันที่ไปตรวจก็อีก 1 เดือนเองค่ะ ถือว่าเร็วมากค่ะสำหรับคิวของคุณหมอสุพร
เพราะปกติมันน่าจะต้องนานกว่านี้ ก็ดีใจค่ะที่ได้ทำเลย...
แล้วสักพักพยาบาลก็บอกนัดวันมาตรวจเลือดค่ะ ก่อนแปลงเพศอีก 2 อาทิตย์
และให้จ่ายมัดจำวันนี้ก่อนเลย โอ้แม่เจ้า!... หนูไม่ได้เตรียมมา
และมันก็กี่หมื่นจำไม่ได้แล้ว ถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณ 30,000-50,000 บาท นี่แหละค่ะ
ก็เพราะพอดีว่าดิชั้นเพิ่งไปตัดสินใจที่คลินิกวันนั้นว่าจะผ่าตัด ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะนัดวันทำเลย
ก็เลยไม่ได้พกเงินเตรียมไปสักบาท ก็เลยคุยกับพยาบาลสาวของเค้าว่า เดี๋ยววันตรวจเลือดมาจ่ายได้ไหมคะ
พยาบาลตอบว่า "ได้ค่ะ ถ้ามาจ่ายวันตรวจเลือด ก็ต้องจ่ายทั้งหมด 150,000 บาทเลยนะคะ"
อึ้งคิดไปสักพัก... ก็ตกลง เพราะอย่างไรก็ต้องจ่ายค่าแปลงเพศก่อนวันผ่าตัดอยู่แล้ว
ไหนเค้าจะไปจองห้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลอีก ค่าห้องพักเราอีก
ดังนั้นอีกสองอาทิตย์ ถ้าจ่ายค่าแปลงเพศทั้งหมดก็โอเคแล้วล่ะ...
และวันนี้ก็ถือว่าเสร็จสิ้นพิธีการพบหมอและตรวจร่างกายค่ะ ยังไงก็ต้องจ่ายค่าทำก่อนวันแปลงเพศค่ะ
เพราะหมอจะได้ไปจองคิวห้องผ่าตัดและห้องพักรอไว้ให้เราค่ะ ยังไงก็ต้องจ่ายเงินทั้งหมดก่อนวันแปลงอยู่ดี
หากใครนัดคิวก็ต้องมีเงินจ่ายค่ามัดจำไว้นะคะ ไม่งั้นคิวของคุณอาจจะหลุดลอยไปหาคนอื่นที่จ่ายเงินมัดจำก่อนก็เป็นได้
สรุปวันนี้ที่ไปคุย ถือว่าเป็นอะไรที่รวดเร็วมาก เพราะจากที่ยังไม่คิดจะนัดทำ ก็ได้นัดวันทำเลย
ก็พอดีว่าช่วงเดือนกุมภาพันธ์นั้นกำลังอยู่ในช่วงทำโปรเจคจบ และก็คาดเอาไปเองว่า
กลางๆเดือนมีนาคม ดิชั้นคงทำโปรเจคผ่านและจบแล้ว ก็เลยนัดทำไปก่อนเลย...
ช่วงเวลานี้ก็ทำโปรเจคให้ผ่านก่อน และรออีก 2 อาทิตย์มาตรวจเลือดและจ่ายเงินทั้งหมดค่ะ...
ยังไงเดี๋ยวจะมาเล่าต่อนะคะ วันนี้การคุยวันแรกและตรวจวันแรกได้ผ่านพ้นไป
ตอนแรกก็กลัวนะคะ คิดหนักเหมือนกันที่จะต้องมาเปิดให้หมอดู คิดหนักตั้งแต่ก่อนมาแล้วค่ะ
แต่พอผ่านไป มันไวมากๆจริงๆ ไม่มีอะไรให้คิดมาก แค่หมอเปิดดู แป๊บเดียวจริงๆค่ะ 3 วินาที แล้วก็ปิดผ้า
ไม่ได้นานอย่างที่คิด...
beyonce live in BKK

เดินทางมาเมื่อคืน วันที่ 28 ตุลาคม พักอยู่แถวๆสาทรเนี่ยแหละ เตรียมขึ้น คอนเสิรตวันที่30 นี้ เด๋วมารายงานให้ฟังนะคะ อ้อ ใน MSN ก็เตรียมพรีวิวคอนเสิรตเหมือนกัน รอติดตามชมได้สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ไปชมนะคะ

แถมรูปน่าชมมากๆ จากสาวน่ารักๆจากฮอลีวูด รักใครชอบใครก็อุดหนุนกันเองนะ อยากถ่ายบ้างจัง คงสวยไม่สู้เขาแน่
วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2550
ผู้เข้าชมขึ้นหลักพันแล้ว ไม่น่าเชื่อเลย ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ยอดผู้เข้าชมขึ้นหลักพันแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ
ติดตามเรื่องครั้งหนึ่ง... ถึงคนที่เคยรัก ตอนล่าสุดได้ได้เร็วๆนี้นะคะ คาดว่าน่าจะก่อนวันที่24 กันยา
จะพยายามมาอัพรูปและเรื่องราวต่างๆค่ะ
เสร็จจากการสอบและงานที่แสนลำเค็ญ แสนเข็นไปแล้ว ทีนี้และจะลุยต่อให้จบเลยละคะ
เข้ามากันบ่อยๆนะคะ
รักทุกท่านค่ะ
R-Ka
the black eyed peas live in BKK 2007
ไม่ต้องพูดพล่ามสาธยายถึงหน้างาน ขอข้ามมันไปเลยนะคะ ก็แหมนะ…งานนี้เค้ามีแต่สาว เก๋ สวยเริ่ดกันทั้งนั้นเรยย โดยเฉพาะบรรดาสาวๆ ประเภทที่ชอบปาร์ตี้กันหลังสี่ทุ่ม และสาวๆ เอ่อแบบว่า ผิวเข้ม โชว์นมต้มหนีบมากะฝรั่ง ยืนซดเบียร์ฮวกๆ ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน...หน้างานนอกจากจะมีบู้ทเป๊ปซี่ที่เรียกความครึกครื้นด้วยการเล่นเกมส์แจกเสื้อ BEP เป๊ปซี่ ที่บังเอิ๊นๆ ไปเจอตลาดนัดแถวบ้าน ยกมาขายเป็นลังตัวละ 79 บาทถูกมั่กมากเลยค่า บู้ท Beyonce โปรโมทคอนเสิร์ต มีให้เข้าไปถ่ายวิดีโอร้องเพลงของสาวบี เล่นเกมส์ชิงบัตรคอนเสิร์ตด้วย ด้านเสื้อทัวร์ที่มาขาย น่าผิดหวังมากค่า.. หมวกเสื้อ 700-800 บาท มีของ Click Five ด้วยนะคะ อุตส่าห์เตรียมสะตังค์จะมาสอยแจ็คเก็ตแนวๆ Fergie ซะหน่อยก็ไม่มี


>>คอนเสิร์ตนอกปกติของที่นี่จะเริ่มเวลา 2030น. แต่ทุ่มห้าสิบ หนุ่มๆ Click 5 ก็ตะกุยกีตาร์ร้องแง้วๆ เล่นก่อนเวลาตั้ง 10 นาทีแน่ะ “Bankok make some noise!!” เสียงนาย Kyle นักร้องนำสุดหล่อของวงที่วันนี้หนีบกีต้าร์ไฟฟ้าอย่างเท่ ผิดกับโชว์เคสเมื่อวาน ลีลาของคุณน้องดุดันเหมือนกีต้าร์กิ๊บสันที่ตะกุยยังไงยังงั้น ตางี้...ถลึงเกลือกกลิ้งเป็นไข่นกกระทา แต่ก็ยังหล่อได้ใจอยู่ด้วยทรงผมที่ปรกปิดหน้า อยากไปซับเหงื่อเสยผมให้จังเลย

>>มาถึง Long Way To Go ก็เกือบจบซะละ ต่อด้วย Happy Birthday ซิงเกิ้ลใหม่ที่จะตัดแถบเอเชีย และ Empty ซิงเกิ้ลที่ 2 ของอัลบั้มนี้ ที่แอบคล้าย Coldplay ม๊ากมาก บรรยากาศในฮอล์สวยมั่กๆ เลยค่ะ สาวๆ ให้ความร่วมมือหยิบ cellphone หรือมือถือที่นาย Kyle แกร้องขอ โบกไปมาบนแสตน ส่วนพวกยืนบัตรแพงๆ นี่ คงตั้งใจมาแด๊นซ์ดู Bep จิงๆ แหละ ยืนซดเบียร์สิงห์แก้ว Gwen Stefani อยู่ข้างนอกนู่น แต่ก็ถือได้ว่านี่คือวงเปิดที่มีคนดูมากที่สุดเลยนะคะ

>>ก็แหมนะ... ของเค้าอิมพอร์ตนี่นา ไม่ใช่วงโนเนมที่ไหนหรือวงพี่ไทยที่จะดูเมื่อไหร่ก็ได้ซะเมื่อไหร่ ยิ่งเพลงของ Click Five เป็นพ็อพร็อคฟังง่ายๆ เด่นด้วยเสียงอิเลคโทนแบบยุค 80’ หรือจะดิสโก้ไปเลยก็มีเพลงจี๊ดๆ แบบ Headlight Disco เพลงโปรดของนาย Kyle ที่เก็บไว้เป็นไฮไลท์ของคอนเสิร์ตด้วยความที่เพลงนี้หนุ่ม Kyle แกบอกว่าเล่นแล้วมันส์ คนฟังรึก็หนุก แต่สงสัยคนจะไม่เก็ตแฮะ Jenny พอจะมีสาวๆ ข้างหน้าร้องได้บ้าง แต่ Cacth Your Wave ซิงเกิ้ลดังจากอัลบั้มที่แล้วนี่นาย Kyle เอ่ยปากให้ช่วยร้องหน่อย แต่ขอโทษ...เพลงนี้วิทยุบ้านเราไม่เล่นฮ่ะ แต่ก็ต้องขอชมว่า 5 หนุ่มเค้าเล่นกันได้ใจจริงๆ อัดซะ 10เพลงรวด 1 ชั่วโมงเต็มเล่นผิดกันลิบลับกับโชว์เคสเมื่อวาน อูยยN เกิดแน่นอนค่าคุณน้องขา เพลงก็ดีคนร้องก็หล่อ ยังไม่ดังก็ต้องถูกใช้งานหนักลิ้นห้อยเป็นธรรมดา เพราะอีตอนคอนเสิร์ตเลิก คุณพี่ออกมาก่อนตอน 2230. เห็นบู้ทขายซีดีของ Warner ประกาศปาวๆ ซื้อซีดี ซื้อเสื้อ รอรับลายเซ็นจาก 5 หนุ่ม Click Five มานั่งแจกกะมือได้เลย โฮ่ะๆ โปรโมทกันสุดฤทธิ์เลยนะเค่อะ

>>2100น. ไฟดับ อินโทรขึ้นมาแล้ว เจ๊เฟอร์ Fergie เอาสะดือกับสะโพกโยกเอวขึ้นจอยักษ์ ท่ามกลางเสียงกรี๊ดๆๆ แล้วก็กรี๊ด ของสาวก อีก 3 คุณพี่ Will.I Am, Taboo, Alp De Ap งี้ก็วาดเสต็ปโชว์ลีลาแต่ละดึ้บเรียกเสียงกรี๊ดซ้า เปิดตัวด้วย Hey Mama แต่ก็ต้องพ่ายให้กับ ท่าจับนมเขย่าขึ้นจอยักษ์ด้านหลัง (นึกภาพเสื้อที่เฟอร์ใส่ประกอบ) สะใจหนุ่มๆ เป็นยิ่งนัก...แบงคอกกกก เสียงคุณพี่ Will.I Am กล่าวทักทายยกมือไหว้ง๊ามงาม กล่าวคำว่า “สวัสดีครับ” และส่งมุขเอาใจพี่ไทย “สวัสดีครับ” “สวัสดีครับ” มือทำท่าแสครชแผ่นซะ 2 จึ้ก “แบงคอก Best place in Asia is here in ไต้ย์แลนด์” ดูท่าพี่วิลจะญาติดีกะเมืองไทยม๊ากมาก ก็เล่นมาครั้งนี้ครั้งที่ 3 แล้วนี่คะ มามันทุกเวิล์ดทัวร์ ตั้งแต่เริ่มดัง จับเอาสาว Fergie มาแทนสาวร้องแบ็คอัพคนก่อนชื่อ Kim Hill ไล่มาตั้งแต่ Elephunk Tour – 2004 ,Monkey Business Tour - 2006 และครั้งนี้กับ Black Blue And You Tour ที่เป็ปซี่เป็นสปอนเซอร์หลักร่วมกับ BEC TERO ผู้จัดระดับโปร ที่เคยพาพี่ช้างพี่ลิงมาให้สาวกไทยได้ดู สดๆ ร้อนๆ ไปเมื่อเดือนกค.ปีที่แล้วนี่เอง คอนเสิร์ตนี้ความที่มีมาติดๆ บิ๊กๆ ทั้งน้านถึง 3 คอนเสิร์ตรวด คนดูก็เลยประมาณกลางแค่ 80% เหลือพื้นที่โล่งๆ ให้ยืนเต้นตรงไหนก็ได้

>> Dump Diddly มีผู้ชายตัวอ้วนกลม ขึ้นมาช่วยแร็พด้วยค่ะ ต๊กกะใจหมด ก้านคอคลับก็ไม่ใช่ นึกว่า BEP ไปรับ Sean Kinston มาเป็นสมาชิกคนใหม่ซะอีก ?? “เมื่อกี๊บอกไปว่าไทยแลนด์คือประเทศที่เจ๋งที่สุดในเอเชียของพวกเรา เพราะอะไรรู้แมะ” ดูพี่วิลแกหาเรื่องเข้าเพลงสิคะ “เพราะ เพราะ..you guy tha best girl in asia มอบเพลงนี้ให้สาวๆ ที่นี่ไปเลย My Hump ชะอุ๊ย!!! มีแด๊นเซอร์นวยนาดออกมาโชว์ hump ด้วย ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าครั้งที่แล้วที่เจ๊ Fer เธอบังคับให้นมเขย่าเองได้ นอกจากคนจะคอยจ้องดูเจ๊ Fer ที่มาครั้งนี้ ท้องไม่เหี่ยวเหมือนงวดที่แล้ว หน้าก็อัดคอลลาเจนมาอย่างดี นี่ขนาด 32 เองนะเนี่ย ค่อยสมกับเป็นเจ้าของซิงเกิ้ลอันดับ 1 บิลบอร์ดตั้ง 3 เพลงหน่อย

>> Shut Up เพลงนี้เป็นการร้องง้องอนกันของเจ๊ Fer กับเฮีย Will ขอบอกว่าหมั่นไส้ปนฮาอีเจ๊ Fer มากๆ เธอใส่แอ็คติ้งเข้ามาในเพลงด้วยค่ะกลัวไม่รู้ว่าฉันน่ะเล่นหนังมาแล้วนะ ถึงบทจะน้อยและโดนน้ำซัดก็เหอะ กล้องก็ซูมหน้าขึ้นจอแบบชนิดที่ว่า ต๊ายดูสิ Fergie โกรธมาก Fer งอน น้อยใจสุดๆ Fer น้ำตาปริ่มกำลังจะร้องไห้ ฮือๆ ไม่นะ อย่าร้องนะ อ๊าย Fergie ตีลังกาด้วยมือข้างเดียว มือถือไมค์ปากก็ร้อง “Stop the talking baby,or I start walking baby ,Is that all there is” ทีละ 3 ตลบ ไปกลับ รวมเป็น 6 อึ้งไปเลยสิคะ
>>คุณพี่ Will I Amยังอยู่ต่อด้วยเพลง Gone Going จากนั้นก็เข้าสคริปต์ที่เตรียมมาหาว่ามีข่าวร้าย Bep วงแตก แต่ไม่ได้แยกวงคร้าบบ ขอบคุณที่ช่วยกันสนับสนุนอัลบั้มของ Fergie แล้วคุณพี่ก็นำสนอขายของ แนะนำโซโล่ของตัวเองด้วยซะเลย นี่ละคร้าบเพลงของผม I Got It From My Mama ขอบอกว่า 3 สาวแด๊นเซอร์ผิวสีที่ทำหน้าที่ร้องท่อนคอรัสของพี่วิลไปด้วยเนี่ย แม่ให้มาน้อยมากๆ จิงๆ ^_^!

>> อุ๊ยเจ๊ Fer เปลี่ยนชุดนวดนาดนุ่งสั้นสวมมงกุฏหยั่งกะเชียร์ลีดเดอร์ออกมากับช่วงโซโล่ของตัวเองร้อง Big Girl Don’t Cry ที่หลายคนทำเนียนร้องตามกันได้ด้วยช่วงคอรัส เจ๊คุยว่า ขอแอ็บแบ๊ว…อ๊ะไม่ใช่สิ...“ไง ? เดี๊ยนดู girly มะ จะได้เข้ากะเพลง Glamorous ไงล่ะ”… ขอบอกว่าเพลงนี้ขึ้นต้นมาใช้แบ็คกิ้งแทร็คเยอะมากกว่าครึ่งค่อนเพลง จนไอ้เราเกือบนึกว่าเจ๊ลิปซะแล้น แต่พอถึงช่วงที่ต้องใช้เสียงเต็มสตรีมขึ้นมา Fergie ก็ไม่แพ้ดิว่านางไหน .

>>...”ปาร์ตี้ยังไม่จบนะขอบอก” พี่วิลโฆษกหน้าทะเล้นของวงขอเสียงสาวกซะหน่อย ..“ได้ข่าวว่าคนที่นี่เค้าปาร์ตี้กันตั้งแต่ 6 โมงเย็นจนถึง 7 โมงเช้า” โห+++ ความรู้ใหม่เลยนะคะเฮีย ช่วงนี้ล่ะค่ะที่ขาแด๊นซ์เริ่มซากันละเพราะพี่เล่นย้อนอดีตขุดเอาเพลงสมัยปี 1998 “Que Dices” ไล่เรียงไปถึงแร็พหูดับตับไหม้กับ Falling Up ที่หยิบเอาเพลง Seven Nation Army ของ The White Stripe มาแซมเปิ่ล มีเจ๊ Fergie ขึ้นไปยืนเล่นกีตาร์ที่ดูยังไงเจ๊ก็เล่นไม่เป็น เต๊ะจุ๊ยอยู่กลางเวทีให้ดู ... “เป็นงาย ลีลาเล่นกีต้าร์เฟคๆ ของชั้น ร็อคได้ใจดีไหม”… บลาๆ อีเจ๊พยายามพูดด้วยสำเนียงอังกฤษ พูดเองก็บ่นเองว่าสำเนียงอังกฤษตัวเองไม่ได้เรื่องเลย แต่ก็ใช่ว่าจะร้องเพลงนี้ไม่ได้ซะเมื่อไหร่เข้าเพลง London Bridge ที่ร้องเป็นภาษาคนฟังรู้เรื่องมากกว่าคอนเสิร์ตครั้งที่แล้วตอนอัลบั้มออกใหม่ๆ เยอะเลย อ๊ะ! เข้าช่วงโซโล่ของเจ๊อีกแล้ว เจ๊บอกว่าชอบผัดไทยใส่กุ้งมากค่ะ ของเจ๊ต้องหนักพริกออก spicy นะค๊า ทุกคนหิวไหม? แหมเข้าเพลงอีกแล้วเนี่ย Fergielicious นี่เอง ขอบอกว่าเพลงนี้จะมันส์มากๆ ถ้าร้องตามอีเจ๊เธอได้ แต่ก็ไม่มีใครร้องได้ อันนี้ขอชมด้วยความปลาบปลื้มเลยว่า Fergie ร้องได้เหมือนซีดีมั่กๆ ต่อด้วย More เพลงโฆษณาเป็ปซี่ ปิดท้ายด้วย Don’t Phunk With My Heart ที่สาวกออกเสต็ปแด๊นซ์กันใหญ่ เพลงจบเท่านั้นแหละ ทุกคนก็ทำทีเป็นร่ำลา โดยพี่ Will I Am ตีหน้าเศร้าบอกว่า เพลงสุดท้ายแล้วพวกเราต้องรีบขึ้นเครื่องไปอินโดต่อ ว่าแล้วก็ลาไปดื้อๆ

>> พี่ wil ทำแสบมากนะคะ เกือบหลงกลอารามที่รีบกลับก่อนเพราะกลัวรถติด เกือบไม่ได้เห็นคลื่นมหาชนส่งเสียงเรียกก็แล้ว ปรบมือก็แล้ว ดังสนั่นลั่นอิมแพ็คได้ใจมากๆ ทั้งๆ ที่ไฟก็ยังดับ ไม่ได้ทำเนียนเปิดไฟไล่ 5 นาทีผ่านไปน๊านนาน ทั้ง 4 พร้อมนักดนตรีก็ยกพลกันขึ้นให้ทีมงานแด๊นเซ่อร์แต่ละคนวาดลวดลายอย่างฮา แด๊นซ์กันต่อด้วย Pump It ส่วนตัวเองก็ขอลามันซะตั้งแต่ตรงนี้ โดยที่คนข้างๆ เกิดคำถามขึ้นว่าทำไม Fergie ร้องโซโล่อยู่คนเดียว อะไรจะรักกันขนาดน้าน ก็แหม คุณพี่ Will.I.Am แกเป็นโปร์ดิวเซอร์ และเจ๊เฟอร์ก็เป็นศิลปินเบอร์แรกของ Will.I.Am Music Group ที่เบอร์ต่อๆ ไปที่จะออกเร็วๆ นี้ ก็มีคิวของพี่ Apl's กะ Taboo อยู่ด้วย รักกันม๊ากๆๆ ค่ะ Black Eyed Peas เนี่ย นี่ถ้างวดหน้ามาทัวร์เมืองไทยเพราะตา 2 คนนี่ออกอัลบั้มอีกถึงตอนนั้นค่อยมาว่ากันอีกทีเพลงดีก็ว่ากันไป แต่คอนเสิร์ตครั้งนี้ ถ้าพูดถึงความมันส์ อ๊ะยกนิ้วให้
The Click Five set list
1.Long Way To Go
2.Happy Birthday
3.Empty
4.Just The Girl
5.Addicted To Me
6.? ที่มือเบสร้องอ่ะ
7.When I’m Gone
8.Catch Your Wave
9.Jenny
10.Headlight Disco
The Black Eyed Peas set list
1.Hey Mama
2.Dum Diddly
3.My Humps
4.Bebot
5.Don’t Lie / Sweet Child O’ Mine 1 นาที
6.Shut Up
7.Gone Going
8.I Got it From my Mama (Will.i.am solo)
9-10.Big Girls Don’t Cry / Glamorous (Fergie solo)
11.Que Dices / Hands Up 40 วิ
12.Mas que Nada
13.Fallin Up
14-15. London Bridge / Fergilicious (Fergie solo)
16.More (Pepsi Song)
17.Don’t Phunk with my heart
--Encore---
18.Pump It
19.Where is the Love?
20.Let’s Get it Started


>>คอนเสิร์ตนอกปกติของที่นี่จะเริ่มเวลา 2030น. แต่ทุ่มห้าสิบ หนุ่มๆ Click 5 ก็ตะกุยกีตาร์ร้องแง้วๆ เล่นก่อนเวลาตั้ง 10 นาทีแน่ะ “Bankok make some noise!!” เสียงนาย Kyle นักร้องนำสุดหล่อของวงที่วันนี้หนีบกีต้าร์ไฟฟ้าอย่างเท่ ผิดกับโชว์เคสเมื่อวาน ลีลาของคุณน้องดุดันเหมือนกีต้าร์กิ๊บสันที่ตะกุยยังไงยังงั้น ตางี้...ถลึงเกลือกกลิ้งเป็นไข่นกกระทา แต่ก็ยังหล่อได้ใจอยู่ด้วยทรงผมที่ปรกปิดหน้า อยากไปซับเหงื่อเสยผมให้จังเลย

>>มาถึง Long Way To Go ก็เกือบจบซะละ ต่อด้วย Happy Birthday ซิงเกิ้ลใหม่ที่จะตัดแถบเอเชีย และ Empty ซิงเกิ้ลที่ 2 ของอัลบั้มนี้ ที่แอบคล้าย Coldplay ม๊ากมาก บรรยากาศในฮอล์สวยมั่กๆ เลยค่ะ สาวๆ ให้ความร่วมมือหยิบ cellphone หรือมือถือที่นาย Kyle แกร้องขอ โบกไปมาบนแสตน ส่วนพวกยืนบัตรแพงๆ นี่ คงตั้งใจมาแด๊นซ์ดู Bep จิงๆ แหละ ยืนซดเบียร์สิงห์แก้ว Gwen Stefani อยู่ข้างนอกนู่น แต่ก็ถือได้ว่านี่คือวงเปิดที่มีคนดูมากที่สุดเลยนะคะ

>>ก็แหมนะ... ของเค้าอิมพอร์ตนี่นา ไม่ใช่วงโนเนมที่ไหนหรือวงพี่ไทยที่จะดูเมื่อไหร่ก็ได้ซะเมื่อไหร่ ยิ่งเพลงของ Click Five เป็นพ็อพร็อคฟังง่ายๆ เด่นด้วยเสียงอิเลคโทนแบบยุค 80’ หรือจะดิสโก้ไปเลยก็มีเพลงจี๊ดๆ แบบ Headlight Disco เพลงโปรดของนาย Kyle ที่เก็บไว้เป็นไฮไลท์ของคอนเสิร์ตด้วยความที่เพลงนี้หนุ่ม Kyle แกบอกว่าเล่นแล้วมันส์ คนฟังรึก็หนุก แต่สงสัยคนจะไม่เก็ตแฮะ Jenny พอจะมีสาวๆ ข้างหน้าร้องได้บ้าง แต่ Cacth Your Wave ซิงเกิ้ลดังจากอัลบั้มที่แล้วนี่นาย Kyle เอ่ยปากให้ช่วยร้องหน่อย แต่ขอโทษ...เพลงนี้วิทยุบ้านเราไม่เล่นฮ่ะ แต่ก็ต้องขอชมว่า 5 หนุ่มเค้าเล่นกันได้ใจจริงๆ อัดซะ 10เพลงรวด 1 ชั่วโมงเต็มเล่นผิดกันลิบลับกับโชว์เคสเมื่อวาน อูยยN เกิดแน่นอนค่าคุณน้องขา เพลงก็ดีคนร้องก็หล่อ ยังไม่ดังก็ต้องถูกใช้งานหนักลิ้นห้อยเป็นธรรมดา เพราะอีตอนคอนเสิร์ตเลิก คุณพี่ออกมาก่อนตอน 2230. เห็นบู้ทขายซีดีของ Warner ประกาศปาวๆ ซื้อซีดี ซื้อเสื้อ รอรับลายเซ็นจาก 5 หนุ่ม Click Five มานั่งแจกกะมือได้เลย โฮ่ะๆ โปรโมทกันสุดฤทธิ์เลยนะเค่อะ

>>2100น. ไฟดับ อินโทรขึ้นมาแล้ว เจ๊เฟอร์ Fergie เอาสะดือกับสะโพกโยกเอวขึ้นจอยักษ์ ท่ามกลางเสียงกรี๊ดๆๆ แล้วก็กรี๊ด ของสาวก อีก 3 คุณพี่ Will.I Am, Taboo, Alp De Ap งี้ก็วาดเสต็ปโชว์ลีลาแต่ละดึ้บเรียกเสียงกรี๊ดซ้า เปิดตัวด้วย Hey Mama แต่ก็ต้องพ่ายให้กับ ท่าจับนมเขย่าขึ้นจอยักษ์ด้านหลัง (นึกภาพเสื้อที่เฟอร์ใส่ประกอบ) สะใจหนุ่มๆ เป็นยิ่งนัก...แบงคอกกกก เสียงคุณพี่ Will.I Am กล่าวทักทายยกมือไหว้ง๊ามงาม กล่าวคำว่า “สวัสดีครับ” และส่งมุขเอาใจพี่ไทย “สวัสดีครับ” “สวัสดีครับ” มือทำท่าแสครชแผ่นซะ 2 จึ้ก “แบงคอก Best place in Asia is here in ไต้ย์แลนด์” ดูท่าพี่วิลจะญาติดีกะเมืองไทยม๊ากมาก ก็เล่นมาครั้งนี้ครั้งที่ 3 แล้วนี่คะ มามันทุกเวิล์ดทัวร์ ตั้งแต่เริ่มดัง จับเอาสาว Fergie มาแทนสาวร้องแบ็คอัพคนก่อนชื่อ Kim Hill ไล่มาตั้งแต่ Elephunk Tour – 2004 ,Monkey Business Tour - 2006 และครั้งนี้กับ Black Blue And You Tour ที่เป็ปซี่เป็นสปอนเซอร์หลักร่วมกับ BEC TERO ผู้จัดระดับโปร ที่เคยพาพี่ช้างพี่ลิงมาให้สาวกไทยได้ดู สดๆ ร้อนๆ ไปเมื่อเดือนกค.ปีที่แล้วนี่เอง คอนเสิร์ตนี้ความที่มีมาติดๆ บิ๊กๆ ทั้งน้านถึง 3 คอนเสิร์ตรวด คนดูก็เลยประมาณกลางแค่ 80% เหลือพื้นที่โล่งๆ ให้ยืนเต้นตรงไหนก็ได้

>> Dump Diddly มีผู้ชายตัวอ้วนกลม ขึ้นมาช่วยแร็พด้วยค่ะ ต๊กกะใจหมด ก้านคอคลับก็ไม่ใช่ นึกว่า BEP ไปรับ Sean Kinston มาเป็นสมาชิกคนใหม่ซะอีก ?? “เมื่อกี๊บอกไปว่าไทยแลนด์คือประเทศที่เจ๋งที่สุดในเอเชียของพวกเรา เพราะอะไรรู้แมะ” ดูพี่วิลแกหาเรื่องเข้าเพลงสิคะ “เพราะ เพราะ..you guy tha best girl in asia มอบเพลงนี้ให้สาวๆ ที่นี่ไปเลย My Hump ชะอุ๊ย!!! มีแด๊นเซอร์นวยนาดออกมาโชว์ hump ด้วย ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าครั้งที่แล้วที่เจ๊ Fer เธอบังคับให้นมเขย่าเองได้ นอกจากคนจะคอยจ้องดูเจ๊ Fer ที่มาครั้งนี้ ท้องไม่เหี่ยวเหมือนงวดที่แล้ว หน้าก็อัดคอลลาเจนมาอย่างดี นี่ขนาด 32 เองนะเนี่ย ค่อยสมกับเป็นเจ้าของซิงเกิ้ลอันดับ 1 บิลบอร์ดตั้ง 3 เพลงหน่อย

>> Shut Up เพลงนี้เป็นการร้องง้องอนกันของเจ๊ Fer กับเฮีย Will ขอบอกว่าหมั่นไส้ปนฮาอีเจ๊ Fer มากๆ เธอใส่แอ็คติ้งเข้ามาในเพลงด้วยค่ะกลัวไม่รู้ว่าฉันน่ะเล่นหนังมาแล้วนะ ถึงบทจะน้อยและโดนน้ำซัดก็เหอะ กล้องก็ซูมหน้าขึ้นจอแบบชนิดที่ว่า ต๊ายดูสิ Fergie โกรธมาก Fer งอน น้อยใจสุดๆ Fer น้ำตาปริ่มกำลังจะร้องไห้ ฮือๆ ไม่นะ อย่าร้องนะ อ๊าย Fergie ตีลังกาด้วยมือข้างเดียว มือถือไมค์ปากก็ร้อง “Stop the talking baby,or I start walking baby ,Is that all there is” ทีละ 3 ตลบ ไปกลับ รวมเป็น 6 อึ้งไปเลยสิคะ
>>คุณพี่ Will I Amยังอยู่ต่อด้วยเพลง Gone Going จากนั้นก็เข้าสคริปต์ที่เตรียมมาหาว่ามีข่าวร้าย Bep วงแตก แต่ไม่ได้แยกวงคร้าบบ ขอบคุณที่ช่วยกันสนับสนุนอัลบั้มของ Fergie แล้วคุณพี่ก็นำสนอขายของ แนะนำโซโล่ของตัวเองด้วยซะเลย นี่ละคร้าบเพลงของผม I Got It From My Mama ขอบอกว่า 3 สาวแด๊นเซอร์ผิวสีที่ทำหน้าที่ร้องท่อนคอรัสของพี่วิลไปด้วยเนี่ย แม่ให้มาน้อยมากๆ จิงๆ ^_^!

>> อุ๊ยเจ๊ Fer เปลี่ยนชุดนวดนาดนุ่งสั้นสวมมงกุฏหยั่งกะเชียร์ลีดเดอร์ออกมากับช่วงโซโล่ของตัวเองร้อง Big Girl Don’t Cry ที่หลายคนทำเนียนร้องตามกันได้ด้วยช่วงคอรัส เจ๊คุยว่า ขอแอ็บแบ๊ว…อ๊ะไม่ใช่สิ...“ไง ? เดี๊ยนดู girly มะ จะได้เข้ากะเพลง Glamorous ไงล่ะ”… ขอบอกว่าเพลงนี้ขึ้นต้นมาใช้แบ็คกิ้งแทร็คเยอะมากกว่าครึ่งค่อนเพลง จนไอ้เราเกือบนึกว่าเจ๊ลิปซะแล้น แต่พอถึงช่วงที่ต้องใช้เสียงเต็มสตรีมขึ้นมา Fergie ก็ไม่แพ้ดิว่านางไหน .

>>...”ปาร์ตี้ยังไม่จบนะขอบอก” พี่วิลโฆษกหน้าทะเล้นของวงขอเสียงสาวกซะหน่อย ..“ได้ข่าวว่าคนที่นี่เค้าปาร์ตี้กันตั้งแต่ 6 โมงเย็นจนถึง 7 โมงเช้า” โห+++ ความรู้ใหม่เลยนะคะเฮีย ช่วงนี้ล่ะค่ะที่ขาแด๊นซ์เริ่มซากันละเพราะพี่เล่นย้อนอดีตขุดเอาเพลงสมัยปี 1998 “Que Dices” ไล่เรียงไปถึงแร็พหูดับตับไหม้กับ Falling Up ที่หยิบเอาเพลง Seven Nation Army ของ The White Stripe มาแซมเปิ่ล มีเจ๊ Fergie ขึ้นไปยืนเล่นกีตาร์ที่ดูยังไงเจ๊ก็เล่นไม่เป็น เต๊ะจุ๊ยอยู่กลางเวทีให้ดู ... “เป็นงาย ลีลาเล่นกีต้าร์เฟคๆ ของชั้น ร็อคได้ใจดีไหม”… บลาๆ อีเจ๊พยายามพูดด้วยสำเนียงอังกฤษ พูดเองก็บ่นเองว่าสำเนียงอังกฤษตัวเองไม่ได้เรื่องเลย แต่ก็ใช่ว่าจะร้องเพลงนี้ไม่ได้ซะเมื่อไหร่เข้าเพลง London Bridge ที่ร้องเป็นภาษาคนฟังรู้เรื่องมากกว่าคอนเสิร์ตครั้งที่แล้วตอนอัลบั้มออกใหม่ๆ เยอะเลย อ๊ะ! เข้าช่วงโซโล่ของเจ๊อีกแล้ว เจ๊บอกว่าชอบผัดไทยใส่กุ้งมากค่ะ ของเจ๊ต้องหนักพริกออก spicy นะค๊า ทุกคนหิวไหม? แหมเข้าเพลงอีกแล้วเนี่ย Fergielicious นี่เอง ขอบอกว่าเพลงนี้จะมันส์มากๆ ถ้าร้องตามอีเจ๊เธอได้ แต่ก็ไม่มีใครร้องได้ อันนี้ขอชมด้วยความปลาบปลื้มเลยว่า Fergie ร้องได้เหมือนซีดีมั่กๆ ต่อด้วย More เพลงโฆษณาเป็ปซี่ ปิดท้ายด้วย Don’t Phunk With My Heart ที่สาวกออกเสต็ปแด๊นซ์กันใหญ่ เพลงจบเท่านั้นแหละ ทุกคนก็ทำทีเป็นร่ำลา โดยพี่ Will I Am ตีหน้าเศร้าบอกว่า เพลงสุดท้ายแล้วพวกเราต้องรีบขึ้นเครื่องไปอินโดต่อ ว่าแล้วก็ลาไปดื้อๆ

>> พี่ wil ทำแสบมากนะคะ เกือบหลงกลอารามที่รีบกลับก่อนเพราะกลัวรถติด เกือบไม่ได้เห็นคลื่นมหาชนส่งเสียงเรียกก็แล้ว ปรบมือก็แล้ว ดังสนั่นลั่นอิมแพ็คได้ใจมากๆ ทั้งๆ ที่ไฟก็ยังดับ ไม่ได้ทำเนียนเปิดไฟไล่ 5 นาทีผ่านไปน๊านนาน ทั้ง 4 พร้อมนักดนตรีก็ยกพลกันขึ้นให้ทีมงานแด๊นเซ่อร์แต่ละคนวาดลวดลายอย่างฮา แด๊นซ์กันต่อด้วย Pump It ส่วนตัวเองก็ขอลามันซะตั้งแต่ตรงนี้ โดยที่คนข้างๆ เกิดคำถามขึ้นว่าทำไม Fergie ร้องโซโล่อยู่คนเดียว อะไรจะรักกันขนาดน้าน ก็แหม คุณพี่ Will.I.Am แกเป็นโปร์ดิวเซอร์ และเจ๊เฟอร์ก็เป็นศิลปินเบอร์แรกของ Will.I.Am Music Group ที่เบอร์ต่อๆ ไปที่จะออกเร็วๆ นี้ ก็มีคิวของพี่ Apl's กะ Taboo อยู่ด้วย รักกันม๊ากๆๆ ค่ะ Black Eyed Peas เนี่ย นี่ถ้างวดหน้ามาทัวร์เมืองไทยเพราะตา 2 คนนี่ออกอัลบั้มอีกถึงตอนนั้นค่อยมาว่ากันอีกทีเพลงดีก็ว่ากันไป แต่คอนเสิร์ตครั้งนี้ ถ้าพูดถึงความมันส์ อ๊ะยกนิ้วให้
The Click Five set list
1.Long Way To Go
2.Happy Birthday
3.Empty
4.Just The Girl
5.Addicted To Me
6.? ที่มือเบสร้องอ่ะ
7.When I’m Gone
8.Catch Your Wave
9.Jenny
10.Headlight Disco
The Black Eyed Peas set list
1.Hey Mama
2.Dum Diddly
3.My Humps
4.Bebot
5.Don’t Lie / Sweet Child O’ Mine 1 นาที
6.Shut Up
7.Gone Going
8.I Got it From my Mama (Will.i.am solo)
9-10.Big Girls Don’t Cry / Glamorous (Fergie solo)
11.Que Dices / Hands Up 40 วิ
12.Mas que Nada
13.Fallin Up
14-15. London Bridge / Fergilicious (Fergie solo)
16.More (Pepsi Song)
17.Don’t Phunk with my heart
--Encore---
18.Pump It
19.Where is the Love?
20.Let’s Get it Started
วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2550
วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2550
อ่านดวงมา ของตัวเอง โดนจริงๆ
ราศีสิงห์ - ผู้หญิง (15 ส.ค. -14 ก.ย. )
ผู้หญิงที่โดดเด่นท่ามกลางฝูงชน สาวราศีสิงห์มักตัวสูง หรือค่อนข้างสูง เราจะไม่ค่อยเห็นสาวราศีสิงห์ เตี้ย สั้น หรือตันๆ... เธอเดิน อย่างสง่าผ่าเผย มั่นใจทุกย่างก้าวแบบนางพญา ไม่ว๊อกแวีกมองซ้ายแลขวา อย่างกับว่าไม่มีใครอยู้ข้างๆด้วยซํ้าไปเธอจะแต่งตัวใบแบบฉบับของเธอ แต่ตามสมัย เธอมั่นใจเรื่องการเลือกเสื้อผ้า และการแต่งตัวมาก อย่าซื้อเสื้อโหล หรือแบบ 3 ตัวร้อยให้เธอเป็นของขวัญ เธอเกลียดของแบบนั้น อย่าซื้อเสื้อผ้าที่ดูแล้วไม่ใช่ตัวเธอเลย เธอชอบเสื้อ เครื่องประดับ แปลกๆ ไม่ซ้ำ ไม่โหล การที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนคือสิ่งที่เธอชอบถ้าอยากรู้จักสาวราศีนี้ ต้องใจเย็น เพราะเธอระวังการคบหา หรือสนิทกับใครสักคนมาก เธอเป็นคนเปิดใจกว้าง แต่ไม่เปิดโอกาสให้ คนใกล้ชิดเธอได้ง่ายๆ เธอชอบคำชม คำพูดหวานๆ แต่ไม่มากนักมันเลี่ยนเธอยิ้มให้กับทุกคน แต่ลึกๆเธอคิดว่า เธอเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ เธอชอบที่จะเป็นคนคุมสถานการ์ณ เพราะมันเป็นสัญชาติญาณของเธอ เธอเป็นผู้หญิงที่สง่า มีเสน่ห์ดึงดูดสูง ดังนั้นอยากได้เป็นแฟน ต้องลงแรงเพราะคู่แข่งเยอะหน่อยสาวผู้เย่อหยิ่ง อย่าไปลองความมั่นใจของเธอเด็ดขาด เวลาโมโหเหมือนพายุ เฮอร์ริเคนดีๆนี่เอง แต่พอลืมแล้ว ก็คือแมวน้อยตัวเล็กๆ ที่น่ารักอีกครั้ง แต่อย่าเชื่อว่าเธอเป็นลูกแมวเสียล่ะ... เธอเป็นคนจำอะไรได้นานๆ เธอชอบความจำที่หวานชื่น ดังนั้น หากวันหนึ่งคุณไปเจอ รูปของเธอกับแฟนเก่า หรือจดหมายรักเก่าๆที่ทำให้อยากอ้วกแตก ก็เข้าใจเธอหน่อย รูปเก่าๆพวกนี้ ไม่ได้แปลว่า เธอยังรักแฟนเก่า เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วงสาวที่มีผู้ชายตามจีบตลอด หากคุณเป็นคนมาจากตระกูลดี นามสกุลดัง หรือตำแหน่งดีหรือสูง ก็นำหน้าคนอื่นไปหลายก้าว เธอไม่ชอบความจน เพราะเธอคิดว่า ความรักจ่ายค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟไม่ได้เธอเป็นคนชอบกีฬา หรือเป็นนักกีฬา หากอยากจีบสาวราศีนี้ เตรียมเงินในกระเป๋าเยอะหน่อย มื้อแรกที่พาออกเดท พาไปกินอาหารจานด่วน หรือกล่องโฟมไม่ได้เด็ดขาด แต่ต้องเป็นที่หรู ดังที่สุดในเมือง ถึงจะดีพอ... เธอไม่ใช่คนงก หรือมักได้ ดังนั้นเธออาจซื้อของขวัญให้คุณ แพงกว่าของที่คุณให้เธอเสียอีก... เธอชอบความ หะ-หรู-หะ-หรา ไม่ชอบของถูก หรืออาหารถูกๆ หากคุณไม่ใช่ลูกคนมีเงิน หรือหาเงินได้มากๆ ก็ต้องใช้ความคิดสร้างสรร หาของแปลกให้เธอแทนของแพง ของแปลกที่คุณลงแรง ทำออกมาได้ไม่ซั้าใคร ดูดี ก็ทำให้เธอซึ้งใจได้ คุณสามารถคิดอย่างประหยัดได้ แต่ว่าจะงก หรือเป็นพวก Cheap กับเธอไม่ได้เด็ดขาด
วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2550
ไปใบหยกกันมาหรือยัง
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม อาร์มีโอกาสได้ไปอาคารใบหยก 2 มา อาคารใบหยก 2 เป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูง 309 เมตร จุดชมวิวในอาคารอยู่ที่ชั้น 77 และจุดชมวิวนอกอาคารชั้น 84 มีทั้งหมด 88 ชั้น
Zone ของอาคารใบหยก2
ชั้นที่ 1-4 เป็นศูนย์การค้าเสื้อผ้า
ชั้นที่ 5-11 เป็นที่จอดรถ
ชั้นที่ 12-16 ไม่ทราบอ่ะค่ะ
ชั้นที่ 17 เป็น Rainbow Hall เป็นห้องประชุม, ห้องจัดเลี้ยง ฯลฯ
ชั้นที่ 18 เป็น Lobby ค่ะ
ชั้นที่ 19 และ 21 ไม่ทราบอ่ะ
ชั้นที่ 20 เป็นสระว่ายน้ำและฟิดเนส เซ็นเตอร์
ชั้นที่ 22-74 เป็นโรงแรม
ชั้นที่ 75 ไม่ทราบอ่ะ
ชั้นที่ 76&78 เป็นร้านอาหารชื่อว่า Bangkok Sky Restaurant
ชั้นที่ 77 เป็นจุดชมวิวในอาคาร
ชั้นที่ 79 เป็นร้านอาหารจีนชื่อ Stella Palace Chinese Restaurant
ชั้นที่ 80-82 ไม่ทราบอ่ะ
ชั้นที่ 83 เป็น Roof Top Bar & Music
ชั้นที่ 84 เป็นจุดชมวิวนอกอาคาร
และชั้นที่ 85-88 ไม่ทราบอ่ะ
และชั้นที่ 85-88 ไม่ทราบอ่ะ

ข้อมูลเกี่ยวกับอาคาร* ตัวอาคารมีความสูง 309 เมตร เทียบเท่ากับคน 82 ต่อตัวกันขึ้นไป* มีบันไดตั้งแต่ชั้นล่างสุดถึงชั้นบนสุด 2,060 ขั้น ใช้เวลาเดินขึ้นไปกว่า 1 ชั่วโมง * หน้าต่างมีจำนวนทั้งสิ้น 1,740 บาน เท่ากับหน้าต่างของตึกแถวรวมกันกว่า 200 คูหา * เสาเข็มตึกเจาะลงใต้ดินที่ความลึก 65 เมตร หรือตึกถึง 22 ชั้น* พื้นที่ใช้สอยภายในตัวอาคารคิดเป็น 179,400 ตรม. จะเท่ากับพื้นที่สนามฟุตบอล 30 สนาม
ชื่อร้านอาหาร
ภัตตาคารจีนสเตลล่า พาเลซ ชั้น 79 โรงแรมใบหยกสกาย
รายการอาหาร
หมูหันฮ่องกง เป็ดปักกิ่ง ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว ซุปเสฉวน สาคูแคนตาลูป และบุฟเฟต์ติ่มซำ
ความประทับใจ
อาหารอร่อย เป็นอาหารจีนสไตล์ฮ่องกง บรรยากาศเป็นส่วยตัว เห็นวิวกรุงเทพฯ มุมสูงทุกโต๊ะ เฉพาะเสาร์-อาทิตย์ มีบุฟเฟต์ติ่มซำลอยฟ้า ราคา 300 บาท
สถานที่
โรงแรมใบหยกสกาย (ใบหยก 2) อาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย , เปิดบริการ : 18.00-23.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 11.00-14.00 น. มีบุฟเฟต์ติ่มซำลอยฟ้า
ภัตตาคารจีนสเตลล่า พาเลซ ชั้น 79 โรงแรมใบหยกสกาย
รายการอาหาร
หมูหันฮ่องกง เป็ดปักกิ่ง ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว ซุปเสฉวน สาคูแคนตาลูป และบุฟเฟต์ติ่มซำ
ความประทับใจ
อาหารอร่อย เป็นอาหารจีนสไตล์ฮ่องกง บรรยากาศเป็นส่วยตัว เห็นวิวกรุงเทพฯ มุมสูงทุกโต๊ะ เฉพาะเสาร์-อาทิตย์ มีบุฟเฟต์ติ่มซำลอยฟ้า ราคา 300 บาท
สถานที่
โรงแรมใบหยกสกาย (ใบหยก 2) อาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย , เปิดบริการ : 18.00-23.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 11.00-14.00 น. มีบุฟเฟต์ติ่มซำลอยฟ้า

ชื่อร้านอาหาร
ห้องอาหารบางกอกสกาย ชั้น 76, 78 โรงแรมใบหยกสกาย
รายการอาหาร
บุฟเฟต์นานาชาติทั้งคาว-หวานกว่า 100 ชนิด กลางวัน 310 บาท เย็น 410 บาท
ความประทับใจ
อาหารอร่อยดี วิวสวยมาก กลางวันถ้าอากาศดีจะเห็นภูเขาจ.ชลบุรี ด้วยตาเปล่า ส่วนตอนเย็นโรแมนติกสุด ๆ แสงไฟระยิบระยับสุดลูกหูลูกตา
สถานที่
โรงแรมใบหยกสกาย (ใบหยก 2) อาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย , เปิดบริการ : กลางวัน 11.00-14.00 น. เย็น 17.30-22.00 น.
ห้องอาหารบางกอกสกาย ชั้น 76, 78 โรงแรมใบหยกสกาย
รายการอาหาร
บุฟเฟต์นานาชาติทั้งคาว-หวานกว่า 100 ชนิด กลางวัน 310 บาท เย็น 410 บาท
ความประทับใจ
อาหารอร่อยดี วิวสวยมาก กลางวันถ้าอากาศดีจะเห็นภูเขาจ.ชลบุรี ด้วยตาเปล่า ส่วนตอนเย็นโรแมนติกสุด ๆ แสงไฟระยิบระยับสุดลูกหูลูกตา
สถานที่
โรงแรมใบหยกสกาย (ใบหยก 2) อาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย , เปิดบริการ : กลางวัน 11.00-14.00 น. เย็น 17.30-22.00 น.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
when i was young
like a boy
จัดให้เต็มๆ
มองไรนักหนา ไม่เคยเห็นคนน่ารักไง คนไรก็ไม่รู้